|
จากประสบการณ์ในการทำคดีอิมมิเกรชั่นมากว่า 15 ปี ผู้เขียนพบเหตุการณ์ที่คนต่างชาติบางรายประสบปัญหาไม่สามารถขอวีซ่า ไม่สามารถรับใบเขียว หรือไม่สามารถโอนสัญชาติ โดยมีสาเหตุมาจากการกระทำผิดพลาดเล็กน้อยที่ไม่คาดคิดว่าจะเป็นผลกระทบต่อสถานภาพด้านอิมมิเกรชั่นของตน
1. การสูบกัญชา การเสพยาเสพติดประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเสพจนติดหรือจะเป็นการทดลองเพียงครั้งเดียวเพราะอยากรู้อยากลองก็ตาม จะมีผลถูกปฏิเสธวีซ่าได้ กรณีของ น.ส.วิยะดา (นามสมมุติ) ซึ่งแม่ที่เป็นซิติเซนต์ก็ได้ยื่นทำใบเขียวให้ เมื่อ น.ส.วิยะดาไปสัมภาษณ์วีซ่าถาวรที่สถานทูต เจ้าหน้าที่ได้ถามว่า คุณเคยใช้ยาเสพติดอะไรบ้างหรือเปล่า คุณวิยะดาก็ได้ตอบไปตามความจริงว่า เคยทดลองสูบกัญชา 1 ครั้ง เพราะความอยากรู้ ปรากฎว่าคุณวิยะดาถูกปฏิเสธและไม่สามารถรับวีซ่าถาวร เพราะกฎหมายระบุห้ามมิให้ออกวีซ่าแก่ผู้ที่เคยใช้ยาเสพติด
2. การแอบอ้างเป็นซิติเซนต์ กฎหมายได้ระบุว่าคนต่างชาติที่เคยแอบอ้างว่าตนเป็นอเมริกันซิติเซนต์ จะถูกตัดสิทธิมิสามารถขอรับใบเขียว นอกจากนั้นยังอาจจะถูกดำเนินการเนรเทศออกจากอเมริกาอีกด้วย
การโกหกว่าเป็นซิติเซนต์เพื่อสมัครงาน ในแบบฟอร์ม I-9 ซึ่งกฎหมายกำหนดให้นายจ้างทำเมื่อรับพนักงานใหม่ พนักงานจะต้องกรอกชื่อ, ที่อยู่ หมายเลขโซเชียล และจะต้องระบุว่าตนเป็นซิติเซนต์หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ซิติเซนต์ มีใบเขียว หรือมีใบอนุญาตทำงานหรือไม่ คนต่างชาติบางคน กากะบาทในช่องซิติเซนต์ ซึ่งถือว่าเป็นการแอบอ้างว่าตนเป็นซิติเซนต์ ถ้าอิมมิเกรชั่นตรวจพบ บุคคลนั้นจะไม่มีสิทธิขอรับใบเขียว และจะถูกดำเนินการเนรเทศ
สิทธิในการเลือกตั้ง (Right to Vote) เป็นสิทธิที่สงวนไว้สำหรับคนอเมริกันเท่านั้น คนต่างชาติบางรายได้กรอกใบสมัครเพื่อลงทะเบียนเลือกตั้ง ซึ่งถือว่าเป็นการแอบอ้างตนเป็นซิติเซนต์ ถึงแม้ว่าคนเหล่านี้จะได้ไปออกเสียงเลือกตั้งหรือไม่ก็ตาม ก็ถือว่าเป็นความผิด ซึ่งจะทำให้หมดสิทธิขอรับใบเขียว หมดสิทธิขอโอนสัญชาติ และอาจถูกเนรเทศอีกด้วย ในใบสมัครลงทะเบียนเลือกตั้งได้ตั้งข้อสมมติฐานว่าผู้กรอกแบบฟอร์มต้องเป็นอเมริกันซิติเซนต์ ถึงแม้ว่าคุณจะมิได้กากะบาทในช่องซิติเซนต์ ถ้าคุณได้เซนต์ชื่อในใบสมัคร ก็ถือว่าคุณได้แอบอ้างเป็นซิติเซนต์ ซึ่งถือเป็นความผิดที่ไม่สามารถขอยกเว้นผ่อนผันได้
3. การลงทะเบียนทหาร กฎหมายกำหนดว่าผู้ชายที่เป็นคนอเมริกัน หรือ คนต่างชาติที่ถือใบเขียวที่มีอายุระหว่าง 18-26 ปี จะต้องลงทะเบียนทหาร คนต่างชาติบางคนได้ใบเขียว แต่ไม่ทราบว่าตนมีหน้าที่ต้องลงทะเบียนทหาร คนเหล่านี้เมื่อยื่นเรื่องขอโอนสัญชาติ อาจจะถูกปฏิเสธมิให้โอนสัญชาติเป็นอเมริกัน
4. การขับรถเมามาย คนที่ขอโอนสัญชาติจะต้องเป็นคนดี คนที่ถูกจับในข้อหาขับรถในขณะเมามาย ถือว่ามิใช่คนดี และอาจถูกปฏิเสธมิให้โอนสัญชาติได้ นอกจากนั้นคนที่ขับรถเมามายหลายๆ ครั้งอาจถูกปฏิเสธมิให้รับใบเขียว
5. การเดินทางออกจากอเมริกา
5.1 สำหรับคนที่วีซ่าขาดหรืออยู่เกินกำหนด กฎหมายกำหนดบทลงโทษว่าคนที่วีซ่าขาดหรืออยู่เกินกำหนดจะถูกทำโทษมิให้กลับเข้ามาในอเมริกาอีกเป็นเวลา 3-10 ปี ดังนั้นคนที่วีซ่าขาดหรืออยู่เกินกำหนด ห้ามเดินทางออกจากอเมริกา กรณีของคุณวิทยา (นามสมมุติ) เข้ามาอยู่ในอเมริกาตั้งแต่เด็ก หลังจากที่แม่ได้ใบเขียว ในปี 1999 ก็ได้ยื่นขอใบเขียวให้คุณวิทยา เมื่อโควต้าถึงกำหนด ทางสถานทูตอเมริกันที่กรุงเทพฯ ก็ได้ส่งจดหมายนัดให้คุณวิทยามาสัมภาษณ์ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คุณวิทยาก็บินกลับไปขอรับวีซ่าที่สถานทูต ปรากฎว่าเขาถูกปฏิเสธวีซ่าและไม่สามารถกลับเข้ามาในอเมริกาอีก
มีคนไทยหลายรายที่กำลังเดินทางออกจากอเมริกา แต่ได้โทรมาปรึกษาผู้เขียนก่อน ซึ่งผู้เขียนสามารถช่วยให้มิต้องกระทำผิดพลาดเช่นกรณีของคุณวิทยา
คนที่วีซ่าขาดหรืออยู่เกินกำหนด ถ้าแต่งงานกับซิติเซนต์ก็สามารถขอปรับสถานภาพเป็นใบเขียวได้ ส่วนคนที่ลักลอบเข้าเมืองมาโดยไม่มีวีซ่าหรือคนที่มีวีซ่าเพียงเพื่อผ่านทาง หรือ Transit เช่น วีซ่าลูกเรือ จะไม่สามารถขอปรับสถานภาพเป็นใบเขียว ถึงแม้ว่าจะแต่งงานกับซิติเซนต์ก็ตาม
ตัวอย่าง คุณวินดี้เป็นคนไทยที่เดินทางเข้ามาในอเมริกาอย่างถูกต้องด้วยวีซ่าท่องเที่ยวตั้งแต่เด็ก ต่อมาได้แฟนเป็นซิติเซนต์ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทั้งคู่เดินทางไปแต่งงานและดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันที่เม็กซิโกแล้วกลับเข้ามายื่นเรื่องขอใบเขียว ปรากฎว่าคุณวินดี้ถูกปฏิเสธมิให้ใบเขียว เพราะการเดินทางจากเม็กซิโกกลับเข้ามาในอเมริกานั้น เธอมิได้เข้ามาด้วยวีซ่าที่ถูกต้อง ถือว่าเป็นการลักลอบเข้าเมมือง จึงไม่สามารถขอรับใบเขียวได้ ถึงแม้ว่าจะแต่งงานกับซิติเซนต์ก็ตาม
5.2 สำหรับคนที่วีซ่าไม่ขาด คนที่มีวีซ่าถูกต้องสามารถเดินทางเข้าออกประเทศอเมริกาได้ แต่ถ้ากำลังยื่นขอปรับสถานภาพเป็นใบเขียวหรือขอเปลี่ยนสถานภาพวีซ่าอยู่ จะไม่สามารถเดินทางออกจากอเมริกาได้ มิฉะนั้นเรื่องที่ยื่นไว้จะถูกยกเลิก
ตัวอย่างที่ 1 คุณวีระได้ลงทุนซื้อร้านอาหารหลังจากที่ได้เดินทางเข้ามาในอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว คุณวีระได้ยื่นขอเปลี่ยนสถานภาพเป็นนักลงทุน แต่ยังมิทันได้รับการอนุมัติ คุณวีระมีธุระด่วนต้องกลับเมืองไทย ดังนั้นเรื่องที่ยื่นขอเปลี่ยนวีซ่านั้นจะถูกยกเลิก คุณวีระจะต้องเข้าไปขอวีซ่านักลงทุนที่สถานทูตอเมริกันที่กรุงเทพ หรือมิฉะนั้นก็ต้องกลับเข้ามาใหม่ด้วยวีซ่าท่องเที่ยวเดิมที่มีอยู่ แล้วยื่นขอเปลี่ยนสถานภาพใหม่ทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง
ตัวอย่างที่ 2 คุณวีณาเข้ามาในอเมริกาด้วยวีซ่านักเรียน ต่อมาได้แต่งงานกับซิติเซนต์ และยื่นเรื่องขอปรับสถานภาพเป็นใบเขียว ปกติคนที่ยื่นเรื่องขอปรับสถานภาพเป็นใบเขียวที่ต้องการเดินทางนั้นจะต้องทำใบขออนุญาตเดินทาง (advance parole) เพื่อรักษาคดีที่ยื่นไว้ คุณวีณาเคยเดินทางกลับเมืองไทยด้วยวีซ่านักเรียน ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หลังจากที่ยื่นเรื่องขอปรับสถานภาพแล้วก็เดินทางกลับเมืองไทย เหมือนที่เคยปฏิบัติ เมื่อเธอไปสัมภาษณ์เพื่อรับใบเขียว เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าเธอได้เดินทางหลังจากที่ยื่นเรื่องใบเขียวไว้ เจ้าหน้าที่จึงปฏิเสธมิให้ใบเขียวแก่เธอ เพราะถือว่าเรื่องที่ขอใบเขียวนั้นถูกยกเลิก คุณวีณาจึงต้องเสียเงินยื่นเรื่องทำใบเขียวใหม่ทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง
|