กฎหมายล้มละลายฉบับใหม่มีข้อกำหนดที่ทำให้ลูกหนี้สามารถลบล้างหนี้สินได้ยากกว่าเดิม ถ้าศาลเห็นว่าลูกหนี้มีเจตนาโกงเจ้าหนี้ ศาลจะยกเลิกคดี และมิยอมให้ลูกหนี้ลบล้างหนี้สิน
คดีตัวอย่าง เมื่อเดือนธันวาคม 2006 ศาลล้มละลายที่ลอสแอนเจลิสได้ยกเลิก (Dismiss) คดีล้มละลายที่ลูกหนี้ยื่นเพื่อขอลบล้างหนี้สิน พร้อมทั้งสั่งห้ามมิให้ลูกหนี้ยื่นทำล้มละลายในอนาคตอีกเป็นเวลา 180 วัน
ลูกหนี้ได้ยื่นคำล้มละลายชาพเตอร์ 7 เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2006 ในวันที่ 11 ส.ค. 2006 US. Trustee (UST) ได้ยื่นคัดค้านโดยกล่าวว่าลูกหนี้มีเจตนาโกง (bad faith) UST ได้กล่าวว่าลูกหนี้ไม่มีรายได้มาเป็นเวลานาน แต่ลูกหนี้ได้ใช้บัตรเครดิตเพื่อซื้อสินค้าและบริการฟุ่มเฟือย โดยมิได้มีเจตนาที่จะจ่ายชำระคืนให้เจ้าหนี้ UST ได้แสดงหลักฐานเพื่อประกอบข้อกล่าวหาดังนี้ 1. ลูกหนี้เป็นหนี้บัตรเครดิตจำนวน $62,521 2.คำให้การของลูกหนี้ที่ว่าตนว่างงานมาตั้งแต่ปี 2003 และเธอมิได้เจ็บป่วยซึ่งทำให้เธอทำงานไม่ได้ 3. ในเวลา 4 ปีที่ผ่านมาลูกหนี้มีรายได้ทั้งหมดเพียง $11,000 4. ลูกหนี้ได้ใช้บัตรเครดิตในปี 2005 จ่ายค่าภัตตาคาร, เสื้อผ้าแฟชั่น, ค่าเสริมสวย&เครื่องสำอางค์ และค่าใช้จ่ายต่างๆ ของสุนัข (Pet grooming) 5. ลูกหนี้ได้ติดต่อทนายความเพื่อขอคำปรึกษาในการทำล้มละลายตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2005 และหลังจากนั้น ในระหว่างเดือนมกราคม-เมษายน 2006 ลูกหนี้ได้ใช้จ่ายทั้งหมด $13,531 นอกจากนั้น UST ยังพบว่าลูกหนี้มีเงินนำเข้าฝากธนาคารจำนวน $21,092 ในหว่างเดือนมีนาคม 2005 และ เมษายน 2006 แต่มิได้เปิดเผยข้อมูลในรายการที่ยื่นต่อศาล นอกจากนั้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2005 ลูกหนี้ได้โกหกต่อบริษัทบัตรเครดิตอเมริกันเอ็กเพรสว่าตนมีรายได้ปีละ $80,000 เพื่อขอวงเงินเครดิต
จากหลักฐานดังกล่าว UST ได้ขอให้ศาลยกเลิกคดีล้มละลายของลูกหนี้
ลูกหนี้ได้โต้แย้งว่า เธอมิได้มีเจตนาโกงเจ้าหนี้ เธอได้อ้างว่าเธอมีความสามารถที่จะทำรายได้อย่างน้อยเดือนละ $6,250 เธอได้เปิดเผยว่าเธอเป็นนักบิน (FAA-Certified Pilot) และกำลังรอผลการสัมภาษณ์งานอยู่ 2 แห่งคือที่รายการบิน America West ซึ่งเงินเดือนจะเริ่มต้นที่ปีละ $100,000 เธอได้สมัครงานที่แผนกขนส่งของบริษัท Hewlett Packard ซึ่งประมาณรายได้ปีละ $100,000 แต่เธอยังมิได้รับคำตอบจากทั้ง 2 บริษัท เธอคาดว่าจากประสบการณ์และความสามารถของเธอ เธอจะสามารถทำรายได้ประมาณ $160,000 -230,000 ต่อปี ดังนั้นเธอมิได้มีเจตนาโกงเจ้าหนี้ เธอมีทั้งความตั้งใจและความสามารถที่จะจ่ายคืนเจ้าหนี้แต่โชคร้ายที่เธอข้อหางานทำไม่ได้เท่านั้น
ลูกหนี้ได้ตอบข้อกล่าวหาที่ว่าเธอวางแผนการทำล้มละลายไว้ล่วงหน้า โดยขอคำปรึกษาจากทนายความตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2005 และได้จ่ายเงินให้ทนาย $100 ลูกหนี้ได้อธิบายว่าเมื่อเธอไปหาทนายครั้งแรกนั้น ทนายได้บอกเธอเพียงว่า ให้พยายามรักษาเครดิตไว้ให้ดีเพื่อที่จะสามารถซื้อบ้านได้หลังจากที่ได้งานนักบินทำแล้ว เธอมิได้ปรึกษาทนายความเพื่อวางแผนทำล้มละลายไว้ล่วงหน้า ส่วนเรื่องเงินที่เข้าบัญชีจำนวน $16,500 นั้น เพื่อนของเธอได้ให้เงินแก่เธอเพื่อไว้ใช้จ่าย
ศาลได้พิจารณาหลักฐานที่ลูกหนี้ได้ให้การว่าเธอตกงานตั้งแต่ปี 2003 ในช่วงที่เธอมีงานทำเธอมีรายได้เพียง $11,000 ต่อปี แต่เธอได้ใช้จ่ายซื้อของและบริการฟุ่มเฟือย เช่น ทานข้าวนอกบ้าน, ค่าเสื้อผ้า, เสริมสวย, เครื่องสำอางค์ เป็นเงิน $15,386 ในปี 2005 และระหว่างเดือน มกราคม-เมษายน 2006 อีกเป็นจำนวนเงิน $13,531
เธอได้ใช้จ่ายประมาณเดือนละ $1,282 แต่ในระหว่าง 4 เดือนก่อนที่จะทำล้มละลาย รายจ่ายของเธอเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ $3,007 รายจ่ายที่เพิ่มขึ้นนี้หลังจากที่เธอได้ปรึกษาทนายความและวางแผนที่จะทำล้มละลายในอนาคต
เธอสร้างหนี้จำนวน $15,386 ในปี 2005 และในระหว่าง 4 เดือนก่อนที่จะทำล้มละลายอีกจำนวน $13,531 ซึ่งมากกว่ารายได้ต่อปีของเธอ จากหลักฐานดังกล่าว ศาลสรุปว่าลูกหนี้ได้สร้างหนี้ในจำนวนที่เกินกว่าความสามารถของเธอที่จะจ่ายคืนเจ้าหนี้ และได้สร้างหนี้ในระยะเวลาอันสั้น ก่อนที่จะทำล้มละลาย
ลูกหนี้มิได้เจ็บป่วย พิการ หรือเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เธอไม่สามารถทำงานและจ่ายชำระหนี้
การที่ลูกหนี้มิได้เปิดเผยข้อมูลว่ามีเงินนำเข้าฝากในบัญชีของเธอ 2 ครั้งจำนวน $16,664 และ $14,025 เป็นการบิดเบือนข้อมูลและมีเจตนาไม่บริสุทธิ์
การที่ลูกหนี้โกหกบริษัทบัตรเครดิตว่าตนมีรายได้ $80,000 ต่อปี เพื่อขอวงเงินเครดิต แสดงเจตนาโกงเจ้าหนี้
จากหลักฐานดังกล่าวทั้งหมด ศาลจึงได้ตัดสินให้ยกเลิกคดีล้มละลาย (dismiss) และนอกจากนั้นยังห้ามมิให้ลูกหนี้ยื่นทำล้มละลายอีกเป็นเวลา 180 วัน
สรุป กฎหมายล้มละลายฉบับใหม่จะพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมทั้งหมดเพื่อพิจารณาว่าลูกหนี้มีเจตนาโกงเจ้าหนี้หรือไม่ กฎหมายถือว่าลูกหนี้มีเจตนาโกงถ้าลูกหนี้มิได้มีเจตนาที่จะจ่ายคืนเจ้าหนี้ในขณะที่ตนสร้างหนี้ถึงแม้ลูกหนี้จะมีเจตนาตั้งใจจะใช้คืนเจ้าหนี้ แต่ถ้าลูกหนี้ไม่มีความสามารถที่จะจ่ายคืนหนี้ เช่น คนที่มีรายได้ปีละ $10,000 แต่สร้างหนี้ปีละ $20,000 ก็ถือว่าลูกหนี้มีเจตนาโกง
สำหรับคนที่มีหนี้สินที่สะสมมานาน และได้ผ่อนจ่ายจนในที่สุดไม่สามารถจะจ่ายได้อีกต่อไป หรือบุคคลที่เจ็บป่วย หรือตกงาน และไม่มีรายได้ที่จะจ่ายเจ้าหนี้ กฎหมายล้มละลายยังคงเปิดโอกาสให้บุคคลดังกล่าวยื่นทำล้มละลายเพื่อลบล้างหนี้สินได้
|