1. กฎหมายปฏิรูปอิมมิเกรชั่นจะออกหรือไม่?
จากผลของการเลือกตั้งที่ผ่านมานี้ พรรคเดรโมแครต ได้รับเลือกให้เป็นผู้แทนของประชาชนมากขึ้น และทำให้มีเสียงมากกว่าพรรครีพับบริแกน ทั้งใน House of Representatives และในสภาซีเนท ทำให้ความหวังในการปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่นในอนาคตมีค่อนข้างสูง คาดว่าปัญหาแรกที่สภาคองเกรสจะเริ่มแก้ไขก่อนคือ ปัญหาที่วีซ่าทำงาน H-1B มีไม่เพียงพอ และปัญหาที่โควต้าของใบเขียวจากการทำงานต้องรอกันเป็นเวลาหลายปี
เป็นที่คาดหวังกันว่าสภาคองเกรสชุดนี้อาจจะปฏิรูปกฎหมายโดยกำหนดโครงการ Guest Worker ซึ่งเป็นวีซ่าทำงานชั่วคราว (H5B) ซึ่งคนที่อยู่อย่างไม่ถูกต้องก่อนวันที่ 12 พฤษภาคม 2005 สามารถยื่นขอวีซ่าทำงานชั่วคราวดังกล่าวได้ หลังจากนั้นคนเหล่านี้ก็จะมีสิทธิขอยื่นรับใบเขียวและสามารถขอโอนสัญชาติได้ในที่สุด
กฎหมายปฏิรูปจะออกหรือไม่นั้น ก็คงต้องติดตามข่าวกันต่อไป ข้อควรระวัง คือในปัจจุบันกฎหมายใหม่ยังไม่ออก ดังนั้นอย่าไปหลงเชื่อกฎหมายใหม่ยังไม่ออก อย่าไปถูกหลอกเสียเงินฟรี ผู้ที่สนใจที่จะทำด้านอิมมิเกรชั่นควรจะติดต่อทนายความที่มีประสบการณ์และความชำนาญด้านอิมมิเกรชั่นเท่านั้น
2. ผู้ถือใบเขียวควรรับโอนสัญชาติ
ผู้ถือใบเขียวมีสิทธิอาศัยอยู่ในอเมริกา มีสิทธิทำงาน และมีสิทธิได้รับผลประโยชน์อื่นๆ เกือบจะเท่าเทียมกับคนอเมริกัน ยกเว้นเพียงไม่สามารถออกเสียงเลือกตั้ง ทำให้บางคนถือใบเขียวเป็นเวลาสิ้นปี โดยไม่คิดอยากจะโอนสัญชาติ
การโอนสัญชาติเป็นอเมริกันมีข้อดีคือ สามารถออกเสียงเลือกตั้งได้และสามารถยื่นขอใบเขียวให้แก่ญาติพี่น้องได้เร็วขึ้น นอกจากนั้นคนที่โอนสัญชาติเป็นอเมริกันไปแล้วจะไม่สามารถถูกเนรเทศออกจากประเทศอเมริกาในขณะที่ผู้ถือใบเขียวถ้ากระทำผิดกฎหมายบางประเภท เช่น ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน, ยาเสพติด, ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น, หรือตบตีลูก-ภรรยา ผู้ถือใบเขียวที่ทำผิดดังกล่าวจะถูกเนรเทศโดยไม่คำนึงว่าบุคคลนั้นได้อาศัยอยู่ในอเมริกามาเกือบตลอดชีวิตของตน
ผู้ถือใบเขียวที่มีคุณสมบัติสามารถขอโอนสัญชาติ คือ ถือใบเขียวมาเป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปี (3 ปีสำหรับคนที่แต่งงานกับอเมริกัน) ไม่ได้ออกนอกประเทศอเมริกาเป็นเวลามากกว่า ครึ่งหนึ่งของเวลาดังกล่าว และแต่มาครั้งที่เดินทางมิได้ออกไปนานเกินกว่า 1 ปี และภายในเวลา 5 ปี ที่ผ่านมา ไม่มีประวัติว่าทำผิดกฎหมาย ผู้ถือใบเขียวที่มีคุณสมบัติดังกล่าวควรรับขอโอนสัญชาติ เพราะจะได้สิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งเพื่อกำหนดแนวทางของประเทศ และยังทำให้ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกเนรเทศถ้าเกิดไปทำความผิด นอกจากนั้นระเบียบการและข้อสอบในการโอนสัญชาติจะยากขึ้นในอนาคต และค่าธรรมเนียบก็อาจจะแพงมากขึ้นอีกด้วย
ในปัจจุบันรัฐบาลกำลังจะเปลี่ยนแปลงข้อสอบที่ใช้ในการโอนสัญชาติ โดยจะทำให้ข้อสอบยากมากขึ้น โดยจะเน้นความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยสิทธิและความรับผิดชอบของซิติเซนต์ ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของประเทศ, ระบบของรัฐบาล และจะต้องมีความชำนาญด้านภาษาอังกฤษมิใช่รู้เพียงผิวเผินตั้งแต่ก่อน รัฐบาลได้เริ่มทดลองใช้ข้อสอบใหม่กับอาสาสมัครในบางรัฐเพื่อประเมินผลของข้อสอบดังกล่าว และจะเริ่มนำออกบังคับใช้ในปี 2008
3. กฎหมายต่อต้านคนต่างชาติ
เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ดัลลัส, เท็กซัส ได้ออกกฎหมายต่อต้านกีดกันคนต่างชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกีดกันมิให้คนต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมายอาศัยอยู่ในเมืองของตน โดยกฎหมายระบุว่าเจ้าของหรือผู้จัดการบ้านและอพาร์ทเมนต์ที่มีบ้านให้คนเช่า จะต้องตรวจสอบสถานะภาพด้านอิมมิเกรชั่นของคนที่ขอเช่าบ้านของตน กฎหมายระบุห้ามมิให้ทำการเช่าบ้านหรืออพาร์ทเมนต์แก่คนต่างชาติที่อยู่อย่างไม่ถูกต้อง หรือคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในอเมริกาอย่างผิดกฎหมาย โดยจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม เป็นต้นไป กฎหมายได้ระบุว่าทุกคนที่เช่าบ้านหรืออพาร์ทเมนต์จะต้องส่งเอกสารที่แสดงสถานะภาพด้านอิมมิเกรชั่นของตนให้แก่เจ้าของหรือผู้จัดการบ้านและอพาร์ทเมนต์เมื่อขอทำสัญญาเช่าหรือเมื่อต่อสัญญาเช่า เจ้าของหรือผู้จัดการบ้านและอพาร์ทเมนต์ฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าว จะมีความผิดถูกปรับเป็นเงินกระทงละ $500
ในปัจจุบันได้มีกลุ่มตัวแทนเจ้าของบ้านและอพาร์ทเมนต์ได้ยื่นฟ้องร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลพิจารณาถึงความถูกต้องของกฎหมายฉบับดังกล่าว
|