HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2551 08:55 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน


IMMIGRATION
หน้าแรกสยามมีเดีย | ความรู้เกี่ยวกับอิมมิเกรชั่น

อิมมิเกรชั่น ปัญหาในการต่อสถานภาพ

โดย สยามมีเดีย นิวส์ 1 ธันวาคม 2549

                เมื่อคนต่างชาติเดินทางเข้ามาในอเมริกา เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นจะประทับวันที่ซึ่งกำหนดระยะเวลาที่คนต่างชาติมีสิทธิอยู่ในอเมริกาได้ลงในแบบฟอร์ม I-94 ถ้าคนต่างชาติอยู่ในอเมริกาเกินวันที่ที่ได้กำหนดไว้นี้ ถือว่าสถานภาพขาด ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายอิมมิเกรชั่น
                การอยู่อย่างผิดกฎหมาย (Unlawful presense) นี้ถ้าเกินกว่า 180 วัน บุคคลนั้นจะถูกห้ามมิให้กลับเข้ามาในอเมริกาอีกเป็นเวลา 3 ปี ถ้าอยู่เกินกำหนดเกินกว่า 1 ปี เขาจะไม่สามารถกลับเข้ามาในอเมริกาอีกเป็นเวลาถึง 10 ปี การห้ามมิให้เข้าประเทศอเมริกา 3-10 ปี ดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ก็ต่อเมื่อคนต่างชาติได้เดินทางออกจากอเมริกาไปแล้ว มีคนต่างชาติจำนวนมาก ที่สถานภาพขาด และอาศัยอยู่ในอเมริกาโดยไม่ยอมเดินทางออกจากอเมริกาบุคคลเหล่านี้จะต้องพยายามขอรับใบเขียวในอเมริกา วิธีที่ง่ายที่สุดคือ การแต่งงานกับอเมริกันซิติเซนต์ บางคนที่มีสิทธิ 245 ( I ) ก็จะสามารถขอรับใบเขียวในอเมริกาได้เช่นกัน
                นอกจากการห้ามเข้าประเทศ 3-10 ปีดังกล่าวแล้ว กฎหมายยังมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย เช่นการเนรเทศการตัดสิทธิมิให้ต่อหรือเปลี่ยนสถานภาพ, การยกเลิกวีซ่าที่มีอยู่และการห้ามรับใบเขียวในอเมริกา เป็นต้น
                คนต่างชาติที่ถือวีซ่าประเภทต่าง ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ระบุไว้ เช่น คนที่เข้ามาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว จะต้องไม่ทำงาน และจะต้องไม่เข้าเรียนเต็มเวลา ส่วนคนที่ถือวีซ่าทำงาน (H-1B) ก็จะต้องทำงานกับนายจ้างที่ยื่นเรื่องให้ ลูกและภรรยา (หรือสามี) ของคนที่ถือวีซ่าทำงาน สามารถเข้าเรียนได้แต่จะทำงานไม่ได้ ส่วนคนที่มีวีซ่านักเรียนก็จะต้องเข้าเรียนเต็มเวลา และไม่สามารถทำงาน (ยกเว้นการทำงานในโรงเรียนและการฝึกงานหลังจากจบการศึกษาแล้ว)
                กฎหมายได้กำหนดว่า ถ้าคนต่างชาติมมิได้รักษาสถานภาพของตนให้ถูกต้อง จะไม่มีสิทธิได้รับอนุมัติให้ต่อสถานภาพหรือเปลี่ยนสถานภาพอีกต่อไป
                วันที่ใน I-94 เป็นสิ่งที่กำหนดว่าคนต่างชาติอยู่เกินกำหนดหรือไม่ ปัญหาในการขอต่ออายุหรือเปลี่ยนสถานะภาพคืออิมมิเกรชั่นมักจะใช้เวลานานหลายเดือนในการพิจารณาอนุมัติ ดังนั้นกฎหมายจึงได้ระบุว่า ตราบเท่าที่การขอต่ออายุสถานภาพได้ยื่นก่อนวันที่ที่กำหนดไว้ใน I-94 สถานภาพของบุคคลนั้นจะถูกยืดต่อให้จนกว่าจะได้รับผลการพิจารณาอนุมัติจากอิมมิเกรชั่น
ตัวอย่างเช่น สมมุติว่าคุณเดินทางเข้ามาด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2005 เจ้าหน้าที่ได้ประทับวันที่ใน I-94 ให้คุณจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2005 ถ้าคุณมีความจำเป็นต้องอยู่ในอเมริกาเกินกว่า 6 เดือน คุณสามารถยื่นขอต่อสถานภาพของคุณได้ โดยจะต้องยื่นคำร้องก่อนวันที่ 30 มิถุนายน 2005 หลังจากวันที่ 30 มิถุนายน 2005 ไปแล้ว สถานภาพของคุณก็จะยังไม่ขาดเนื่องจากกฎหมายได้ยืดต่อสถานภาพให้จนกว่าคุณจะได้รับผลอนุมัติจากอิมมิเกรชั่น ถ้าอิมมิเกรชั่นอนุมัติการต่อสถานภาพของคุณ คุณก็มีสิทธิอยู่ต่อจนครบกำหนดที่ขอต่อไว้ แต่ถ้าอิมมิเกรชั่นปฏิเสธการขอต่อสถานภาพก็ถือว่าคุณได้เริ่มอยู่เกินกำหนดนับตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2005
                ในบางครั้งคนต่างชาติที่เข้ามาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว ต้องการเปลี่ยนสถานภาพเป็นวีซ่าทำงาน (H-1B) เนื่องจากมีนายจ้างที่ต้องการรับตนเข้าทำงาน หรือต้องการเปลี่ยนวีซ่าเป็นนักลงทุน (E) การเตรียมเอกสารเพื่อขอเปลี่ยนวีซ่าบางครั้งต้องใช้เวลานานคนเหล่านี้มักจะยื่นขอต่อสถานภาพท่องเที่ยว เพื่อรักษาสถานภาพของตนไว้ก่อน แล้วจึงยื่นเรื่องขอเปลี่ยนวีซ่าในภายหลัง
                หลักเกณฑ์ในการอนุมัติการขอต่อสถานภาพนักท่องเที่ยวคือ ผู้ยื่นเรื่องจะต้องแสดงเจตนาว่าตนต้องการอยู่ต่อในอเมริกาเพียงแค่ชั่วคราว แต่การขอเปลี่ยนสถานภาพไปเป็น H หรือ E นั้นแสดงว่าเขามีเจตนาต้องการอยู่ในอเมริกาเพื่อทำงานหรือทำธุรกิจเป็นระยะเวลานาน ดังนั้นจึงเป็นการทำลายเจตนาของสถานภาพนักท่องเที่ยว ในกรณีดังกล่าวอิมมิเกรชั่นจะปฏิเสธไม่อนุมัติการต่อสถานภาพนักท่องเที่ยว ซึ่งจะมีผลให้บุคคลนั้นสถานภาพขาดลงนับตั้งแต่วันที่ใน I-94 และเนื่องจากคำร้องขอเปลี่ยนสถานภาพได้ยื่นหลังจากที่เขาได้สถานภาพขาดไปแล้ ดังนั้นเขาจึงไม่มีสิทธิขอเปลี่ยนสถานภาพ
                ในทางปฏิบัติอิมมิเกรชั่นมักจะอนุมัติการขอเปลี่ยนสถานภาพแต่จะปฏิเสธการขอต่อสถานภาพนักท่องเที่ยว ซึ่งจะมีผลทำให้คนต่างชาติต้องกลับไปประเทศบ้านเกิดขอตนเพื่อขอวีซ่า H หรือ E จากสถานกงสุลอเมริกัน
ตัวอย่างเช่น สมมุติว่าคุณเดินทางเข้ามาด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2005 และได้รับอนุญาตให้อยู่ได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2005 สมมุติว่าในวันที่ 1 มิถุนายน 2005 คุณได้ยื่นขอต่อสถานภาพนักท่องเที่ยว และในวันที่ 1 กันยายน 2005 คุณก็ได้ยื่นขอเปลี่ยนสถานภาพเป็นนักลงทุน (E วีซ่า) สมมุติว่าในวันที่ 1 ตุลาคม 2005 อิมมิเกรชั่นได้ปฏิเสธการขอต่อสถานภาพนักท่องเที่ยว แต่ได้อนุมัติคำร้องขอสถานภาพนักลงทุน เนื่องจากคุณได้สถานภาพขาดไปตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2005 ดังนั้นคุณจะไม่สามารถขอเปลี่ยนสถานภาพเป็นนักลงทุนได้ คุณสามารถเดินทางกลับไปขอรับวีซ่านักลงทุนจากสถานกงสุลอเมริกันในเมืองไทยได้ เนื่องจากคุณอยู่เกินกำหนดเพียง 92 วัน (30 มิถุนายน - 1 ตุลาคม ดังนั้น คุณอยู่เกินกำหนดไม่เกิน 180 วัน จึงไม่ถูกทำโทษห้ามเข้าประเทศเป็นเวลา 3 ปี แต่ข้อควรระวัง ก็คือ ถ้าสถานกงสุล ปฏิเสธไม่ยอมออกวีซ่าให้แก่คุณ คุณก็จะไม่สามารถกลับเข้ามาในอเมริกาได้อีก เนื่องจากวีซ่านักท่องเที่ยวที่คุณมีอยู่ก็จะถูกยกเลิกไปด้วย

                ทนายความจรินทร ทานัชฌาสัย เป็นสมาชิกสมาคมทนายความแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียตั้งแต่ปี 1992 มีประสบการณ์ด้านอิมมิเกรชั่นการทำล้มละลาย, การรับบุตรบุญธรรม, ทรัสต์-พินัยกรรม การเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล และการหย่าร้าย ผู้ใดมีคำถามสามารถโทรปรึกทนายจรินทร ได้ที่ 310-515-2888
กลับด้านบน

 

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats