คนทุกคนที่เกิดในประเทศอเมริกา จะไดสัญชาติอเมริกันโดยไม่คำนึงว่าพ่อแม่จะเป็นคนชาติใด คนที่เกิดต่างประเทศก็อาจจะได้สัญชาติอเมริกัน ถ้าพ่อแม่เป็นคนอเมริกัน กฎหมายได้กำหนดการได้สัญชาติอเมริกันของเด็กที่เกิดในต่างประเทศไว้ดังนี้
1. ถ้าพ่อและแม่ของเด็กเป็นคนอเมริกัน และได้แต่งงานกัน ถึงแม้ว่าเด็กจะไม่ได้เกิดในประเทศอเมริกา เด็กก็จะได้สัญชาติอเมริกัน โดยมีเงื่อนไขเพียงว่าพ่อหรือแม่จะต้องเคยอาศัยอยู่ในอเมริกาก่อนที่เด็กจะเกิด
ตัวอย่างเช่น สามีภรรยาชาวอเมริกันอาศัยอยู่ในอเมริกา เดินไปตั้งรกรากที่เมืองไทย มีลูกเกิดที่เมืองไทย เด็กจะได้สัญชาติอเมริกัน
2. ถ้าพ่อหรือแม่ คนใดคนหนึ่งเป็นอเมริกัน และพ่อแม่ได้แต่งงานกัน เด็กที่เกิดต่างประเทศจะได้สัญชาติอเมริกัน โดยมีเงื่อนไขว่า พ่อหรือแม่ที่เป็นอเมริกันต้องเคยอาศัยอยู่ในอเมริกาตามช่วงเวลาที่กำหนดไว้ เช่น ถ้าเด็กเกิดหลังวันที่ 14 พ.ย. 1986 พ่อหรือแม่ที่เป็นอเมริกันจะต้องเคยอาศัยอยู่ในอเมริกาอย่างน้อย 5 ปี โดยที่ 2 ปีจะต้องหลังจากที่พ่อหรือแม่อเมริกันนั้นอายุ 14 ปีขึ้นไป
ตัวอย่างเช่น คุณทอมเป็นคนอเมริกันเกิดในอเมริกา เมื่อเขาอายุ 16 ปี ได้เดินทางไปเมืองไทย ได้พบกันคุณมาลี แต่งงานกันและมีลูก เด็กจะได้สัญชาติอเมริกัน เพราะคุณทอมได้อยู่ในอเมริกาอย่างน้อย 5 ปี และ 2 ปีหลังจากที่เขาอายุ 14 ปีแล้ว
3. ถ้าแม่เป็นคนอเมริกัน แต่ไม่ได้แต่งงานกับพ่อเด็ก ลูกนอกสมรสของแม่คนอเมริกัน จะได้สัญชาติอเมริกัน โดยมีเงื่อนไขว่าแม่ที่เป็นอเมริกันจะต้องเคยอาศัยอยู่ในอเมริกาอย่างน้อย 1 ปี
ตัวอย่างเช่น แม่ของคุณนารีได้เดินทางมาอเมริกา และได้คลอดคุณนารีที่อเมริกา หลังจากที่คุณนารีอายุครบ 1 ปี แม่ของคุณนารีก็พาคุณนารีกลับเมืองไทย คุณนารีเติบโตที่เมืองไทย คุณนารีมีลูกโดยที่ไม่ได้แต่งงาน เด็กก็จะได้สัญชาติอเมริกัน
4. ถ้าพ่อเป็นคนอเมริกัน แต่ไม่ได้แต่งงานกับแม่เด็ก ลูกนอกสมรสที่เกิดต่างประเทศ อาจจะได้สัญชาติอเมริกัน โดยมีเงื่อนไขดังนี้
1.หลักฐานการตรวจเลือดพิสูจน์ว่าเป็นพ่อ-ลูกกัน
2. พ่อเป็นคนอเมริกัน ณ วันที่เด็กเกิด
3. พ่อได้ระบุเป็นลายลักษณ์อักษรว่าตนจะส่งเสียเลี้ยงดูเด็กจนเด็กอายุครบ 18 และ
4. ก่อนที่เด็กจะอายุครบ 18 ปี พ่อจะต้องทำการรับรองเด็กให้เป็นบุตรของตนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ตัวอย่างเช่น คุณทอมเป็นคนอเมริกันได้มาเที่ยวเมืองไทย คุณทอมมีความสัมพันธ์กับคุณมาลีจนมีลูกด้วยกัน แต่ไม่ได้แต่งงานกัน ลูกนอกสมรสของคุณทอมจะได้สัญชาติอเมริกัน ถ้าผลการตรวจเลือดแสดงว่าเป็นพ่อ-ลูกกันจริง คุณทอมจะรับรองการส่งเสียเลี้ยงดูเด็ก และคุณทอมจะต้องรับรองเด็กให้เป็นบุตรของตนตามกฎหมายก่อนที่เด็กจะอายุครบ 18 ปี โดยไปจดทะเบียนรับรองบุตรที่อำเภอ หรือขอให้ศาลออกคำสั่งว่าเด็กเป็นบุตรของตนตามกฎหมาย
คดีตัวอย่าง
นายเว็นเกิดที่ไซ่ง่อน เมื่อวันที่ 11 กันยายน 1969 นายโจเซฟ ผู้พ่อนั้นเป็นคนอเมริกัน ส่วนแม่เป็นคนเวียตนาม นายโจเซฟมิได้แต่งงานกับแม่ของนายเว็น เมื่อนายเว็นอายุ 6 ขวบ เขาก็มาอยู่อเมริกาโดยอาศัยกับครอบครัวของนายโจเซฟ ในเวลาต่อมา นายเว็นก็ได้รับใบเขียว
ในปี 1992 เมื่อเขาอายุ 22 ปี นายเว็นได้กระทำความผิด 2 กระทงในข้อหาข่มขืนเด็ก เขาถูกตัดสินจำคุก 8 ปี ในเวลาต่อมาอิมมิเกรชั่นได้ดำเนินการเนรเทศนายเว็น เนื่องจากเขาได้กระทำผิดในคดีที่ผิดศีลธรรม (Crime of moral Turpitude)
ในปี 1998 นายเว็นได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ โดยอ้างว่าตนเป็นคนอเมริกัน โดยนายโจเซฟได้ส่งผลการตรวจเลือดของตนกับนายเว็นและให้ศาลออกใบรับรองว่านายเว็นเป็นบุตรที่ถูกต้องตามกฎหมายของตน ในขณะนั้นนายเว็นมีอายุ 28 ปี คณะกรรมการอุทธรณ์ได้พิจารณาปฏิเสธไม่ยอมรับว่านายเว็นเป็นคนอเมริกัน ศาลอุทธรณ์ก็ปฏิเสธคำร้องของนายเว็น
นายเว็นได้ยื่นเรื่องต่อศาลสูง เพื่อให้พิจารณาว่าการแบ่งแยกสิทธิไม่เท่าเทียมกันของลูกนอกสมรส โดยเด็กที่พ่อเป็นอเมริกันไม่ได้สิทธิเท่าเทียมกับเด็กที่แม่เป็นอเมริกัน นั้นละเมิดกฎหมายหลักการคุ้มครองความเท่าเทียมกันของประชาชน (equal protection) โดยอ้างว่าถ้าแม่ของเขาเป็นอเมริกัน เขาก็จะได้สิทธิเป็นคนอเมริกัน แต่เมื่อพ่อของเขาเป็นคนอเมริกัน กฎหมายได้กำหนดเงื่อนไขว่าพ่อจะต้องทำการรับรองบุตรตามกฎหมายก่อนที่บุตรจะอายุครบ 18 ปี พ่อของตนมิได้ทำการรับรองบุตรตามกำหนดเวลา การที่พ่อของเขาทำการรับรองบุตรเมื่อเขาอายุ 28 ปี ก็ไม่เป็นที่ยอมรับ ทำให้เขาไม่ได้สิทธิเป็นคนอเมริกัน
ศาลสูงได้พิจารณาว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับแม่ และเด็กกับพ่อ นั้นแตกต่างกัน แม่ที่เป็นคนอเมริกันที่อาศัยอยู่ต่างประเทศมีสิทธิที่จะเดินทางเข้ามาในอเมริกาเพื่อให้ลูกคลอดในอเมริกาได้ ดังนั้นถึงแม้เด็กจะคลอดต่างประเทศก็ควรจะได้สิทธิสัญชาติอเมริกัน แต่พ่อที่เป็นคนอเมริกันไม่มีอำนาจในการกำหนดสถานที่เกิดของเด็ก นอกจากนั้นถ้าพ่อต้องการให้สิทธิสัญชาติอเมริกันแก่ลูก เขาก็มีเวลาถึง 18 ปี ที่จะทำการรับรองบุตรให้ถูกต้องตามกฎหมายได้
ในปี 1969 มีทหารอเมริกันที่ไปปฏิบัติงานในต่างประเทศจำนวนถึง 3.4 ล้านคน ทหารเหล่านี้อาจมีเพศสัมพันธ์และมีลูกโดยไม่รู้ และไม่เคยเจอหน้าลูก ความสัมพันธ์ของพ่อ-ลูกจึงไม่เกิด ดังนั้นการที่กฎหมายกำหนดสิทธิและเงื่อนไขแตกต่างกันระหว่างเด็กที่เกิดจากพ่ออเมริกันและแม่อเมริกัน จึงเป็นการเหมาะสมและมิได้ละเมิดกฎหมายคุ้มครองความเท่าเทียมกันของประชาชน
|