เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2006 กฎหมาย Adam Walsh Child Protection and Safety Act of 2006 (Adam Walsh Act) ได้ถูกนำออกบังคับใช้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี มิให้ตกเป็นเหยื่อของพวกอาชญากรทางเพศ
กฎหมายดังกล่าวมีข้อบังคับด้านอิมมิเกรชั่น ซึ่งมีความสำคัญคือคนที่ทำความผิดทางเพศต่อเด็ก จะไม่สามารถยื่นขอใบเขียวให้แก่ญาติพี่น้องของตน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันมิให้คนที่ทำความผิดทางเพศต่อเด็ก มีโอกาสที่จะกระทำผิดทางเพศต่อคนต่างชาติที่ตนยื่นขอใบเขียวให้
ตัวอย่างเช่น นายดำยื่นขอใบเขียวให้แก่ภรรยาซึ่งมีลูกติดอายุ 9 ขวบ สมมติว่านายดำเป็นโรคจิตชอบกระทำชำเราเด็ก สองแม่ลูกต้องมาอาศัยอยู่กับนายดำ ซึ่งจะเป็นโอกาสให้นายดำกระทำชำเราลูกเลี้ยงของตน
กฎหมายได้ระบุว่าคนที่เคยทำความผิดทางเพศต่อเด็กดังต่อไปนี้ จะไม่สามารถยื่นขอใบเขียวให้แก่ญาติของตน
- ลักพาตัว Kidnapping
- กักขังหน่วงเหนี่ยว False imprisonment
- ล่อลวงให้เด็กปฏิบัติการร่วมเพศกับตน
- ให้เด็กกระทำการทางเพศให้ตนดู
- บังคับให้เด็กขายตัว
- แอบถ่ายวีดีโอดูเด็ก
- เป็นเจ้าของ ผลิต, หรือจำหน่าย ภาพยนตร์อนาจารของเด็ก (Child pornography)
- การใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อกระทำผิดทางเพศกับเด็ก
-การกระทำอื่นใดที่ล่วงเกินทางเพศต่อเด็ก
กฎหมาย Adam Walsh Act นี้จะใช้บังคับกับคำร้องขอใบเขียวที่ยังคงค้างอยู่ (Pending) และกับคำร้องที่ยื่นหลังจากวันที่ 27 กรกฎาคม 2006 ถ้าผู้ยื่น (Petitioner) เคยถูกศาลตัดสินว่ากระทำผิดทางเพศดังกล่าวข้างต้น เขาจะไม่สามารถขอใบเขียวให้แก่ญาติของตน โดยมีข้อยกเว้นว่าคำร้องอาจจะได้รับการพิจารณาอนุมัติถ้าบุคคลนั้นได้แสดงหลักฐานจากศาลและรายงานจากตำรวจ พร้อมทั้งแสดงหลักฐานว่าตนได้รับการบำบัดรักษาหายขาดแล้ว และหลักฐานที่รับรองว่าผู้ที่จะได้รับใบเขียว จะไม่เป็นอันตรายจากการกระทำของตน รัฐบาลจะพิจารณาให้การยกเว้นหรือไม่เป็นรายๆ ไป
นอกจากนั้นรัฐบาลยังได้นำออกบังคับใช้กฎหมายเรียกว่า The International Marriage Broker Regulation (IMBRA) โดยกำหนดว่า คนอเมริกันที่ยื่นขอวีซ่าคู่หมั้นให้กับแฟนที่เป็นคนต่างชาติ (K-1) หรือคู่สมรสของตนที่เป็นคนต่างชาติ (K-3) จะต้องแนบเอกสารที่เกี่ยวกับการทำความผิดของตนในคดีดังต่อไปนี้
- การทำร้ายทุบตีคนในครอบครัว (Domestic Violence)
- การทำร้ายทางเพศ หรือข่มขืนผู้อื่น
- การกระทำผิดต่อเด็กหรือละเลยเด็ก (Child abuse)
- การกระทำผิดต่อผู้สูงอายุ (elder abuse)
- การแอบซุ่มติดตาม (Stalking)
- การฆาตกรรม, ข่มขืน, ทรมาน, การค้าทาส
- การลักพาตัว, การกักขังผู้อื่น
- การกระทำผิดด้านยาเสพติด
- การกระทำผิดที่เกิดจากการดื่มเหล้า
ถ้าผู้ยื่นขอวีซ่าคู่หมันให้แก่แฟนหรือคู่สมรสที่เป็นคนต่างชาติได้เคยกระทำความผิดดังกล่าวข้างต้น เขาจะต้องแสดงหลักฐานจากศาลและรายงานจากตำรวจ ทางสถานทูตจะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่คู่หมั้นหรือคู่สมรสคนต่างชาติในขณะที่ทำการสัมภาษณ์ และทางสถานทูตจะพิจารณาว่าจะออกวีซ่าคู่หมั้นให้หรือไม่อนุมัติวีซ่าให้แก่คนต่างชาติ ก็ได้
นอกจากนั้นกฎหมายยังได้จำกัดจำนวนของคำร้องสำหรับวีซ่าคู่หมั้นที่คนอเมริกันจะสามารถยื่นให้คนต่างชาติ ถ้าผู้ยื่น (Petitioner) ได้เคยยื่นคำร้องวีซ่าคู่หมั้นอย่างน้อย 2 ครั้งมาก่อน หรือเคยได้รับอนุมัติวีซ่าคู่หมั้นมาก่อน ภายในเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ในกรณีกล่าวนี้ผู้ยื่นจะต้องขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษ (waiver)
จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันรัฐบาลจะพิจารณาประวัติของผู้ที่ยื่นคำร้อง (Petitioner) ที่ขอใบเขียวหรือวีซ่าคู่หมั้นให้แก่คนต่างชาติ ในอดีตที่ผ่านมา รัฐบาลจะพิจารณาเฉพาะประวัติของคนต่างชาติที่จะรับใบเขียวหรือรับวีซ่าเท่านั้น
ทนายความจรินทร ทานัชฌาสัย เป็นสมาชิกสมาคมทนายความแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียตั้งแต่ปี 1992 มีประสบการณ์และความสามารถด้านอิมมิเกรชั่น, ล้มละลาย หย่าร้าง การรับบุตรบุญธรรม, การจัดตั้งบริษัท, ธุรกิจ-ภาษี และการทำทรัสต์-พินัยกรรม ผู้ใดมีคำถามสามารถโทรถามทนายความจรินทรได้โดยตรงที่ (310)515-2888
|