ถ้าคุณเป็นอเมริกันซิติเซนต์ และมีแฟนอยู่เมืองไทย คุณสามารถเลือกว่าจะยื่นเรื่องให้แฟนของคุณมาที่อเมริกาได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้
1. ยื่นขอวีซ่าคู่หมั้น (K-1) ให้แก่แฟนของคุณ
2. ยื่นขอวีซ่าคู่หมั้น (K-3) ให้แก่แฟนของคุณ ในกรณีที่คุณกับแฟนได้แต่งงานกันแล้ว
3. ยื่นขอวีซ่าถาวร (ใบเขียว) ให้แก่แฟนของคุณ ในกรณีที่คุณกับแฟนได้แต่งงานกันแล้ว
1. การยื่นขอวีซ่าคู่หมั้น (K-1)
คุณสามารถยื่นคำร้องต่ออิมมิเกรชั่นหรือในปัจจุบันเรียกย่อว่า USCIS โดยแสดงหลักฐานว่าคุณเป็นอเมริกันซิติเซนต์ คุณและแฟนของคุณทั้งคู่เป็นโสด ซึ่งพร้อมที่จะแต่งงานกันได้ทันที พร้อมทั้งหลักฐานที่แสดงว่าคุณกับแฟนได้เจอกัน รู้จักชอบพอและติดต่อผูกพันธ์กันเมื่อ USCIS อนุมัติคำร้องของคุณ ก็จะส่งเรื่องไปที่สถานกงสุลอเมริกันที่กรุงเทพฯ
แฟนของคุณจะต้องเตรียมเอกสารเช่น พาสปอร์ต, ใบเกิด, ใบหย่า(ถ้ามี) ใบตรวจสุขภาพ และใบรับรองจากสถานีตำรวจว่าตนไม่เคยทำความผิด เพื่อนำไปแสดงในวันสัมภาษณ์ สถานกงสุลอเมริกันก็จะออกวีซ่าคู่หมั้นให้เดินทางเข้ามาในอเมริกา คุณและแฟนจะต้องแต่งงานภายใน 90 วัน และยื่นเรื่องขอใบเขียวต่อไป
ข้อดี 1. วิธีนี้เป็นวิธีที่เร็วที่สุดที่แฟนของคุณจะสามารถเข้ามาในอเมริกาได้
2. หลังจากที่ยื่นขอใบเขียว แฟนของคุณจะได้รับใบทำงานเพื่อนำไปทำใบโซเชียล และสามารถทำงานได้
3. วิธีนี้จะเปิดโอกาสให้คุณได้มีเวลาในการตัดสินใจว่าคุณต้องการใช้ชีวิตคู่กับแฟนของคุณจริงหรือไม่ คุณจะมีเวลา 90 วันที่จะตัดสินใจว่าจะแต่งงานกันหรือไม่
ข้อเสีย 1. หลังจากที่เข้ามาในอเมริกาและแต่งงานกันแล้ว แฟนของคุณจะต้องยื่นขอรับใบเขียว (adjust status) และถ้าต้องการเดินทางกลับเมืองไทยในขณะที่กำลังรอใบเขียว แฟนของคุณก็จะต้องขอใบอนุญาตเดินทาง (advance parole) เสียก่อนจึงจะเดินทางได้
2. ถ้าคุณและแฟนของคุณทะเลาะกันและเลิกกันก่อนที่เขาจะได้ใบเขียว แฟนของคุณจะไม่สามารถขอรับใบเขียวจากวิธีอื่นๆ เขาจะต้องกลับเมืองไทยเท่านั้น (ถึงแม้แฟนของคุณจะแต่งงานใหม่กับซิติเซนต์ เขาก็ไม่สามารถขอใบเขียว)
3. วีซ่า K-1 มีกำหนดเพียง 90 วัน และไม่สามารถขอต่ออายุคุณและแฟนจะต้องแต่งงานกัน และยื่นขอใบเขียวภายใน 90 วัน
4. ผู้ที่จะยื่นขอวีซ่าคู่หมั้น K-1 นี้จะต้องเป็นอเมริกันซิติเซนต์เท่านั้น
2. การยื่นขอวีซ่าคู่หมั้นให้แก่คู่สมรส (K-3)
ในกรณีที่คุณได้แต่งงานกับสามีหรือภรรยาของคุณแล้ว และคู่สมรสของคุณอยู่เมืองไทย คุณสามารถยื่นขอวีซ่าคู่หมั้นให้แก่คู่สมรสของคุณได้ โดยมี 2 ขั้นตอน ขั้นตอนที่หนึ่งคือ ยื่นคำร้องขอใบเขียวให้แก่คู่สมรส (I-130) เมื่อ USCIS ส่งจดหมายตอบรับว่าได้รับเรื่องแล้ว คุณก็สามารถดำเนินการในขั้นตอนที่สองคือ ปฏิบัติเช่นเดียวกับการขอวีซ่าคู่หมั้น (K-1) ข้างต้น
สถานกงสุลอเมริกันจะออกวีซ่า K-3 ซึ่งมีอายุ 2 ปี ให้แก่คู่สมรสของคุณ หลังจากที่คู่สมรสเข้ามาในอเมริกาแล้ว เขาก็จะต้องยื่นขอรับใบเขียว (adjust status) เช่นเดียวกับวิธีที่ 1
ข้อดี 1. คู่สมรสสามารถเข้ามาในอเมริกาได้เร็ว
2. สามารถทำงานได้หลังจากได้รับใบทำงานและใบโซเชียล
3. ไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตเดินทาง (advance parole) เนื่องจากวีซ่ามีกำหนด 2 ปี และสามารถใช้เดินทางเข้า-ออก ได้โดยไม่จำกัด
4. วีซ่า K-3 สามารถขอต่ออายุได้หลังจากที่ครบ 2 ปีแล้ว
ข้อเสีย 1. คู่สมรสของคุณจะต้องยื่นขอรับใบเขียว (adjust status)
2. คู่สมรสของคุณจะต้องได้รับใบเขียวจากการแต่งงานกับคุณเท่านั้น ถ้าเลิกกันก่อนเขาก็จะไม่สามารถขอใบเขียวจากวิธีอื่น
3. การยื่นขอวีซ่าถาวร (ใบเขียว) ให้แก่คู่สมรส
ถ้าคุณแต่งงานกับแฟนของคุณแล้วและแฟนของคุณอยู่เมืองไทย คุณสามารถยื่นขอใบเขียว (I-130) ให้แก่คู่สมรสของคุณ เมื่อ USCIS อนุมัติคำร้อง ก็จะส่งเรื่องไปสถานกงสุลอเมริกันเพื่อออกวีซ่าถาวรให้แก่คู่สมรสของคุณ
เมื่อหลายปีที่ผ่านมา USCIS ใช้เวลาในการอนุมัติคำร้อง I-130 เป็นเวลา 1-2 ปี ดังนั้นรัฐบาลจึงได้ออกวีซ่า K-3 เพื่อให้คู่สมรสของซิติเซนต์สามารถเข้ามาในอเมริกาได้ก่อน
แต่ในปัจจุบัน USCIS สามารถอนุมัติ I-130 ได้ในเวลาประมาณ 6 เดือนเท่านั้น ดังนั้นวิธีนี้จึงอาจจะดีกว่า K-3
ข้อดี 1. คู่สมรสของคุณจะได้รับวีซ่าถาวร เพื่อเดินทางเข้ามาในอเมริกาเพื่อรับใบเขียวได้เลย (โดยไม่ต้องยื่นขอรับใบเขียว adjust status อีก)
2. ไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตเดินทาง (advance parole)
ข้อเสีย ถ้า USCIS ดำเนินการล่าช้าในการอนุมัติ I-130 คู่สมรสของคุณอาจจะต้องรอเป็นเวลานานกว่าจะสามารถเข้ามาในอเมริกา
มีคนถามผู้เขียนว่า มีแฟนอยู่เมืองไทย จะทำอย่างไรจึงจะขอวีซ่าคู่หมั้นให้แฟนเข้ามาในอเมริกาได้ หลังจากที่ซักถามรายละเอียดได้ข้อมูลว่าแฟนของเขาเคยมาอยู่ในอเมริกา และได้อยู่เกินกำหนด หลังจากที่กลับไปเมืองไทยแล้ว ต้องการกลับเข้ามาใหม่อีก กฎหมายได้ระบุบทลงโทษสำหรับคนที่อยู่เกินกำหนด โดยมิให้กลับเข้ามาในอเมริกาอีกเป็นเวลา 3-10 ปี ดังนั้นในกรณีนี้การขอวีซ่าคู่หมั้นให้แก่แฟน ถึงแม้ว่าเขาจะได้แต่งงานกับซิติเซนต์แล้วก็ตาม สถานกงสุลอเมริกันจะไม่ยอมออกวีซ่าให้จนกว่าบุคคลนั้นจะอยู่เมืองไทยเป็นเวลา 3-10 ปีเสียก่อน
|