เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมานี้ สภาซีเนทได้อนุมัติร่างการปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่น (The Comprehensive Immigration Reform Act of 2006) ด้วยคะแนนเสียง 62 ต่อ 36 ร่างปฏิรูปดังกล่าวจะต้องผ่านการอนุมัติจาก House of Representative เสียก่อนและจะต้องส่งให้ประธานาธิบดีเซ็นต์ชื่ออนุมัติเสียก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายได้
ในขณะที่ประธานาธิบดีบุชได้ประกาศอย่างแน่ชัดว่าตนได้สนับสนุนการปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่น แต่การได้รับการอนุมัติจาก House อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากเสียงข้างมากของ House ไม่เห็นด้วยกับการให้สถานะภาพแก่คนต่างชาติที่ทำผิดกฎหมาย
ร่างปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่นที่ผ่านการอนุมัติจากสภาซีเนทนี้จะเปิดทางให้คนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในอเมริกาอย่างไม่ถูกต้องจำนวน 12 ล้านคนสามารถยื่นขอรับสถานะภาพที่ถูกต้องได้ หัวข้อสำคัญในร่างปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่นมีดังนี้
1. คนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในอเมริกาอย่างผิดกฎหมายสามารถยื่นขอสถานะภาพได้
- คนที่อยู่ในอเมริกามาอย่างน้อย 5 ปี ก่อนวันที่ 5 เมษายน 2006 ซึ่งประมาณว่ามีจำนวน 6.7 ล้านคน สามารถขอใบทำงานได้เป็นเวลาทั้งหมด 6 ปี ในขณะเดียวกันเขาก็สามารถยื่นขอรับใบเขียวได้ โดยจะต้องจ่ายค่าปรับ $2,000 ต้องรู้ภาษาอังกฤษและสังคม ต้องผ่านการตรวจสอบประวัติและต้องจ่ายค่าภาษีย้อนหลัง หลังจากที่เขาได้ใบเขียวแล้วเป็นเวลา 5 ปี เขาก็สามารถยื่นขอโอนสัญชาติเป็นอเมริกันได้
- คนที่อยู่ในอเมริกามาเป็นเวลาเกิน 2 ปี แต่ไม่ถึง 5 ปี ซึ่งประมาณว่ามีจำนวน 2.8 ล้านคน จะได้รับสถานะภาพ "ต้องกลับออกไปแต่ให้ผัดผ่อนได้" Deferred Mandatory Departure หรือ DMD คนเหล่านี้สามารถขอใบทำงานได้ และมีสิทธิยื่นขอใบเขียวได้ในอนาคต โดยมีเงื่อนไขคือ
1. ภายในเวลา 3 ปีจะต้องกลับออกไป แล้วจึงกลับเข้ามาใหม่ (สามารถไปแค่ชายแดนของประเทศ) แล้วกลับเข้ามาทันทีได้)
2. สามารถทำเรื่องขอกลับเข้ามาใหม่เสียก่อนที่จะเดินที่จะเดินทางกลับออกไป (readmission before departure)
3. คู่สมรสและ/หรือบุตรขอบุคคลดังกล่าว สามารถขอยกเว้นไม่ต้องเดินทางกลับออกไปได้
2. การให้ใบเขียวแกคนที่รอโควต้าอยู่ก่อน
- ผู้ที่รอโควต้าใบเขียวจากญาติที่ยื่นเรื่องไว้ จะได้สิทธิได้รับใบเขียวก่อน
- กำหนดให้เพิ่มโควต้าสำหรับใบเขียวจากญาติพี่น้อง อีกจำนวน 260,000 วีซ่ารวมเป็นจำนวนทั้งหมด 480,000 วีซ่าต่อปี เพื่อเร่งให้คนที่รอโควต้าอยู่สามารถได้รับใบเขียวได้เร็วขึ้น
- กำหนดให้เพิ่มโควต้าสำหรับใบเขียวจากการทำงานอีก 310,000 วีซ่ารวมเป็นจำนวนทั้งหมด 450,000 วีซ่าต่อปี
- เพิ่มข้อกำหนดให้สำหรับคนที่เป็นหม้าย หรือเด็กกำพร้า และให้ลดเกณฑ์รายได้สำหรับการค้ำประกันด้านการเงินของผู้ที่ทำใบเขียว
3. คนต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถ
- แก้ไขระเบียบของวีซ่านักเรียน เพิ่มระยะเวลาในการฝึกงานของผู้ที่ถือวีซ่านักเรียน และเปิดช่องให้นักเรียนที่เรียนในระดับสูงสามารถขอใบเขียวได้
- เพิ่มจำนวนโควต้าของวีซ่าทำงาน H-1B ให้เป็น 115,000 รายต่อปี
4. โปรแกรมคนงานชั่วคราว
- อนุมัติโปรแกรมสำหรับคนงานชั่วคราวเป็นจำนวน 200,000 รายต่อปี
- กำหนดให้วีซ่าครั้งละ 3 ปี และสามารถขอต่อได้อีก 3 ปี
- คนต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในอเมริกาหลังจากเดือนมกราคม 2004 และวีซ่าขาดแล้ว สามารถขอวีซ่าตามโปรแกรมนี้ได้ โดยจะต้องกลับออกไปเสียก่อน กฎหมายจะให้การยกเว้นการทำโทษ 3/10 ปี คือสามารถได้รับการยกเว้นไม่ต้องถูกทำโทษห้ามเข้าประเทศเป็นเวลา 3 ปี หรือ 10 ปี
- นายจ้างจะต้องพยายามหาคนงานอเมริกันเข้าทำงานเสียก่อน เมื่อไม่มีคนงานอเมริกันเข้าทำงานจึงสามารถยื่นขอว่าจ้างคนงานต่างชาติ
- ในระหว่างทำงาน, นายจ้างสามารถยื่นขอใบเขียวให้คนต่างชาติ หรือถ้าคนต่างชาติทำงานมาเป็นเวลา 4 ปี เขาก็สามารถยื่นขอใบเขียวได้ด้วยตนเอง
5. โครงการคนงานเกษตรกรรม
- คนงานเกษตรกรรมที่ได้ทำงานเกษตรกรรมมาอย่างน้อย 150 วันในอเมริกา ภายในระยะเวลา 2 ปี ก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2005 สามารถยื่นขอบัตรน้ำเงิน (blue card) ซึ่งเป็นใบเขียวชั่วคราว คู่สมรสและลูกสามารถได้รับสถานะภาพด้วย
- คนงานเกษตรกรรมดังกล่าวที่ทำงานเกษตรกรรมอย่างน้อย 100 วันต่อปี เป็นเวลา 5 ปี หรือ ทำงาน 150 วันต่อปี เป็นเวลา 3 ปี สามารถยื่นขอใบเขียวได้
6. DREAM ACT
- นักเรียนที่เข้ามาในอเมริกาก่อนอายุ 16 ปี และอยู่ในอเมริกาเป็นเวลา 5 ปี และจบไฮสคูล สามารถขอรับสถานะภาพชั่วคราวเป็นเวลา 6 ปี
- ภายในเวลา 6 ปีนี้ ถ้าเขาจบปริญญา หรืออนุปริญญา หรือรับราชการทหาร เขาก็มีสิทธิขอรับใบเขียวได้
อย่าลืมว่าร่างปฏิรูปข้างต้นจะต้องได้รับการอนุมัติจาก House อีกขั้นตอนหนึ่ง และเซ็นต์โดยประธานาธิบดีเสียก่อนจึงจะสามารถออกบังคับใช้ได้
|