การปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่นได้เป็นข่าวใหญ่ในปัจจุบัน เราจะเห็นข่าวทางโทรทัศน์ว่ามีการเดินขบวนประท้วงร่างกฎหมายอิมมิเกรชั่นที่กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของสภาคองเกรส ทำให้คนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในอเมริกาอย่างไม่ถูกต้องมีความหวังว่ารัฐบาลอาจจะออกกฎหมายให้ใบเขียวแก่ตน
ผู้เขียนได้รับโทรศัพท์จากคนที่โทรเข้ามาสอบถามเดียวกับข่าวกฎหมายอิมมิเกรชั่นเป็นจำนวนหลายราย บางคนบอกว่าได้ยินมาว่ากฎหมายที่อนุญาตให้ใบเขียวแก่คนต่างชาติได้ออกแล้วจริงหรือไม่บางคนบอกว่าตนได้ยินมาว่าตอนนี้สามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวได้แล้วจริงหรือไม่ เพราะเพื่อนบอกว่ามีคนรับยื่นเรื่องให้ได้แล้ว คนที่อยู่ไม่ถูกต้องย่อมอยากได้สถานะภาพที่ถูกต้องและยอมเสียเงินเพื่อให้ได้ใบเขียว บางคนคิดว่าถ้าตนรับจ่ายเงินจ้างให้เขาทำเรื่องก่อนคนอื่นตนก็จะมีสิทธิได้รับใบเขียวก่อนคนอื่น ผู้เขียนขอเตือนว่าโปรดระวัง อย่าไปจ่ายเงินให้แก่สำนักงานที่ปรึกษาโดยที่คุณมิได้คุยกับทนายความเสียก่อน เพราะคุณอาจจะตกเป็นเหยื่อของพวกต้มตุ๋นที่หลอกเอาเงินจากคนต่างชาติ
ในปัจจุบันกฎหมายปฏิรูปอิมมิเกรชั่นยังมิได้รับการอนุมัติจากสภาซีเนท ถึงแม้ว่าร่างกฎหมายจะผ่านการอนุมัติจากสภาซีเนทแล้วก็ตาม ร่างกฎหมายฉบับนั้นก็ยังต้องผ่านขบวนการเพื่อทำให้มีผลบังคับใช้ ซึ่งจะต้องใช้เวลาอีกเป็นเวลาหลายเดือน
ในช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาสภาซีเนทได้ประชุมถกเถียงกันเพื่อทำการปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่น บางกลุ่มพยายามผลักดันให้ปฏิรูปกฎหมายเพื่อเปิดโอกาสให้คนต่างชาติที่อาศัยอยู่อย่างไม่ถูกต้องสามารถมีสิทธิได้รับสถานะภาพที่ถูกต้องและสามารถโอนสัญชาติเป็นอเมริกันได้ในที่สุด แต่ก็มีฝ่ายค้านจำนวนมากที่มีความเห็นว่าคนต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในอเมริกาอย่างไม่ถูกต้องนั้นไม่สมควรจะได้รับสิทธิใดๆ
เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2006 ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันในข้อสรุปที่อลุ้มอล่วยกัน คณะกรรมการสภาซีเนทได้ลงมติเห็นพ้องกันว่าก่อนอื่นรัฐบาลจะต้องควบคุมชายแดนเพื่อป้องกันมิให้คนต่างชาติลักลอบเข้ามาในอเมริกาอย่างไม่ถูกต้อง ประการที่สองคือจะต้องระบุข้อกำหนดและข้อปฏิบัติเพื่อควบคุมคนต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาอาศัยอยู่และทำงานอย่างถูกต้องในอนาคต และประการสุดท้ายคือ เสนอแนวทางสำหรับคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในอเมริกาจำนวน 12 ล้านคน เพื่อให้สามารถมีสถานะภาพที่ถูกต้องได้โดยจัดแบ่งคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในอเมริกาออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
1. ผู้ที่อาศัยอยู่ในอเมริกาเกินกว่า 5 ปี ซึ่งประมาณว่ามีจำนวน 7.5 ล้านคน
2. ผู้ที่อาศัยอยู่ในอเมริกาเป็นเวลาระหว่าง 2 ปีถึง 5 ปี ซึ่งประมาณว่ามีจำนวนประมาณ 3 ล้านคน
3. ผู้ที่อาศัยอยู่ในอเมริกาไม่ถึง 2 ปี ซึ่งประมาณว่ามี จำนวน 1.5 ล้านคน
คนที่อยู่เกินกว่า 5 ปี สามารถดำเนินเรื่องเพื่อขอใบเขียวได้ โดยไม่ต้องเดินทางออกจากอเมริกาเสียก่อน คนเหล่านี้จะต้องมีงานทำ, จ่ายค่าภาษีย้อนหลัง จ่ายค่าปรับ $2,000 เรียนรู้ภาษาอังกฤษ และจะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติว่าไม่มีประวัติอาชญากร
ส่วนคนต่างชาติที่อยู่ในอเมริกาเป็นเวลาระหว่าง 2 ปี ถึง 5 ปี ภายในเวลา 3 ปีข้างหน้า เขาจะต้องเดินทางออกนอกประเทศอเมริกาเสียก่อน (สามารถไปที่อ่านชายแดน) เพื่อสอบประวัติและพิมพ์ลายนิ้วมือแล้วจึงสามารถกลับเข้ามาใหม่ได้ทันทีด้วยสถานะภาพของคนงานชั่วคราว แล้วจึงจะสามารถดำเนินการเพื่อขอใบเขียวต่อไป คาดว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10 ปี
ส่วนคนที่อยู่ในอเมริกาไม่ถึง 2 ปี จะต้องเดินทางกลับประเทศของตนและขอเข้าคิวต่อท้ายเพื่อขอวีซ่ากลับเข้ามาในอเมริกาใหม่ โดยไม่มีหลักประกันว่าจะได้กลับเข้ามาได้อีกหรือไม่ เมื่อไหร่
คนที่เคยถูกเนรเทศ หรือทำความผิดคดีอาญาหนัก (felony) หรือทำความผิดคดีอาญาสถานเบา 3 กระทง (misdemeanors) จะหมดสิทธิในการได้รับประโยชน์จากกฎหมายปฏิรูปดังกล่าว
สำหรับการป้องกันการลักลอบเข้าประเทศ ได้มีการเสนอให้เพิ่มมาตรการควบคุมเขตชายแดนให้รัดกุมขึ้น โดยเพิ่มเจ้าหน้าที่ตรวจและควบคุมชายแดน และเพิ่มงบประมาณในการก่อสร้างรั้วกั้นเขตแดนและติดตั้งระบบตรวจสอบเพื่อป้องกันคนลักลอบเข้าประเทศที่เขตชายแดน
สำหรับการควบคุมจำนวนคนงานต่างชาติในอนาคต สภาได้เสนอให้ออกวีซ่าทำงานแก่คนงานต่างชาติเป็นจำนวน 325,000 รายต่อปี
สำหรับการควบคุมการว่าจ้างคนงานต่างชาติ ได้เสนอให้มีระบบเพื่อตรวจสอบการว่าจ้างคนงานต่างชาติ โดยประสานงานกับสำนักงานโซเซียล (Social Security administration) เสนอให้เพิ่มฝ่ายตรวจสอบการว่าจ้างคนงานต่างชาติจำนวน 10,000 คน เพื่อตรวจสอบว่านายจ้างว่าจ้างคนต่างชาติอย่างผิดกฎหมายหรือไม่ พร้อมทั้งเพิ่มบทลงโทษสำหรับนายจ้างที่รับคนต่างชาติที่ผิดกฎหมายเข้าทำงาน
ในปัจจุบันการปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่นดังกล่าวยังมิได้รับการอนุมัติและยังมิได้มีผลออกบังคับใช้ ก็คงจะต้องติดตามข่าวว่าสภาจะลงมติกันอย่างไรต่อไป
|