ในการรับบุตรธรรมของคนอเมริกันสำหรับเด็กที่เกิดในต่างประเทศ มีเงื่อนไขดังนี้
1. ประเทศที่เกิดจะต้องอนุญาตให้คนต่างชาติรับชาติรับเด็กของครเป็นลูกบุญธรรมได้ (บางประเทศห้ามมิให้คนต่างชาติรับเด็กของตนเป็นลูกบุญธรรม) คนที่จะขอรับบุตรบุญธรรมจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ประเทศนั้นๆ กำหนดให้ปฏิบัติ
2. เด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรมจะต้องมีอายุต่ำกว่า 16 ปี (ยกเว้นเฉพาะกรณีของพี่น้องที่ถูกรับเป็นลูกบุญธรรมพร้อมกัน กฎหมายอนุญาตให้เด็กที่อายุไม่เกิน 18 ปี สามารถถูกรับเป็นบุตรบุญธรรมพร้อมกับน้องของตนที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี สามารถถูกรับเป็นบุตรบุญธรรมพร้อมกับน้องของตนที่มีอายุต่ำกว่า 16 เพื่อให้พี่น้องสามารถอยู่ด้วยกัน)
3. พ่อหรือแม่บุญธรรมจะต้องเป็นอเมริกันซิติเซนต์ (เพียงคนใดคนหนึ่งเป็นซิติเซนต์ก็เพียงพอ) สำหรับคนโสดที่ต้องการรับบุตรบุญธรรมจะต้องเป็นอเมริกันซิติเซนต์และมีอายุอย่างน้อย 25 ปี
4. การรับบุตรบุญธรรมจะต้องปฏิบัติตาม ข้อกฎหมายของประเทศเกิดของเด็ก หรือมิฉะนั้นเด็กจะต้องมาอยู่ภายใต้การดูแลของพ่อแม่อเมริกันและทำเรื่องรับบุตรบุญธรรมในประเทศอเมริกา
5. จะต้องมีเจ้าหน้าที่ประเมินผล พิจารณาลงความเห็นว่าพ่อแม่อเมริกันนี้มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะรับเด็กเป็นลูกบุญธรรมได้
เด็กกำพร้า
กฎหมายอเมริกันได้กำหนดว่าเด็กสามารถจัดเป็นเด็กกำพร้าได้จากหลายกรณี เช่น จากการที่พ่อแม่ของตนเสียชีวิตหรือหายสาบสูญ การที่พ่อแม่ทอดทิ้งไม่ยอมเลี้ยงดูเด็ก การทอดทิ้งเด็กหมายความถึงการที่พ่อแม่จงใจละทิ้งสิทธิและหน้าที่ของพ่อแม่และเด็กจะต้องมิได้อยู่ภายใต้การควบคุมของพ่อแม่ ถ้าพ่อแม่ได้มอบเด็กให้คนอื่นเป็นลูกบุญธรรมไปแล้วจะไม่ถือเป็นการทอดทิ้ง ถ้าพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งเสียชีวิตลง และคนที่เหลืออยู่ไม่สามารถดูแลเด็กได้ เด็กก็จัดเป็นเด็กกำพร้า
พ่อแม่บุญูธรรม
ผู้ที่จะสามารถรับเด็กกำพราจากต่างประเทศเป็นบุตรบุญธรรมได้จะต้องเป็นอเมริกันซิติเซนต์ ถ้าผู้นั้นแต่งงาน คู่สมรสของตนจะต้องยินยอมและยื่นคำร้องขอรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน แค่กฎหมายกำหนดว่าเพียงคนใดคนหนึ่งเท่านั้นที่จำเป็นจะต้องเป็นอเมริกันซิติเซนต์ ส่วนคนโสดที่ต้องการรับบุตรบุญธรรมจะต้องเป็นอเมริกันซิติเซนต์และมีอายุอย่างน้อย 25 ปี
การพิจารณาความเหมาะสม
ก่อนที่คนอเมริกันจะสามารถรับบุตรบุญธรรมได้ ว่าที่พ่อแม่บุญธรรมและรวมถึงผู้ใหญ่คนอื่นที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันจะต้องถูกพิจารณาและประเมินจากเจ้าหน้าที่เพื่อดูความพร้อมในการรับเด็กมาเป็นลูกบุญธรรม ผู้ใหญ่ทุกคนในบ้านจะต้องถูกสัมภาษณ์และเจ้าหน้าที่จะเข้ามาดูสภาพบ้านเจ้าหน้ที่จะทำรายงานจากการพิจารณาและประเมินผลโดยแสดงรายละเอียดของสภาพแวดล้อม สภาวะจิตใจ และความมั่นคงทางสภาพจิตของว่าที่พ่อแม่บุญธรรมเพื่อดูว่าจะสามารถดูแลเด็กได้หรือไม่ นอกจากการสัมภาษณ์และประเมินผลด้านสภาพจิตของพ่อแม่บุญธรรมแล้ว เจ้าหน้าที่จะต้องพิจารณาถึงปัจจัยดังต่อไปนี้
1. การเงินของพ่อแม่บุญธรรม
2. เด็กจะมีภัยหรือไม่ โดยดูว่าพ่อแม่บุญธรรมเคยมีประวัติว่าเคยทำร้ายเด็ก หรือเคยใช้ความรุนแรงต่อคนอื่นหรือเปล่า เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบทะเทียนประวัติของคนที่ทำความผิดเคยทำร้ายเด็กมาก่อน เพื่อดูว่าพ่อแม่บุญธรรมเคยมีประวัติทำร้ายเด็กมาก่อนหรือไม่
3. พิจารณาว่าพ่อแม่บุญธรรม หรือผู้ใหญ่ที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันเคยทำผิดกฎหมาย มักตีที่ทำให้ไม่เหมาะสมที่จะรับเด็กเป็นลูกบุญธรรม
4. ความเหมาะสมของที่พักอาศัย
ขั้นตอนในการรับบุตรบุญธรรม
ในการรับเด็กกำพร้าเป็นลูกบุญธรรมมี 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกพ่อแม่บุญธรรมจะต้องยื่นเรื่องต่ออิมมิเกรชั่นเพื่อขอรับเด็กกำพร้าเป็นลูกบุญธรรม โดยแสดงหลักฐานว่าพ่อหรือแม่ หรือทั้งคู่เป็นอเมริกันซิติเซนต์ เจ้าหน้าที่จะเข้ามาพิจารณาความเหมาะสมว่าพ่อแม่บุญธรรมสามารถดูแลเด็กได้หรือไม่ ถ้าขั้นตอนแรกได้รับอนุมัติแล้ว ขั้นตอนที่สอง อิมมิเกรชั่นจะแจ้งไปยังสถานกงสุลในประเทศบ้านเกิดของเด็กกำพร้า เพื่อให้สถานกงสุลออกวีซ่าให้เด็กเข้ามาในอเมริกาได้
การโอนสัญชาติ
เมื่อบุตรบุญธรรมได้เข้ามาอยู่ในอเมริกาแล้ว พ่อแม่บุญธรรมสามารถยื่นขอใบซิติเซนต์ให้แก่บุตรบุญธรรมได้ โดยแสดงใบเกิดเด็ก, เอกสารการรับบุตรบุญธรรม และหลักฐานที่แสดงว่าพ่อหรือแม่เป็นอเมริกันซิติเซนต์
ในกรณีที่เด็กมิใช่เด็กกำพร้า
กรณีส่วนใหญ่ที่ปฏิบัติกัน คือ ลุง ป้า น้า อา มักจะรับหลานของตนเป็นลูกบุญธรรม เพื่อช่วยให้เด็กสามารถมาอยู่และเรียนหนังสือในอเมริกาได้ ถ้าเด็กมีพ่อแม่ หรือมีคนเลี้ยงดูเด็กอยู่ เด็กจะไม่จัดเป็นเด็กกำพร้า กฎหมายได้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับเด็กที่มิใช่เด็กกำพร้า โดยระบุว่าการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมจะต้องเสร็จสมบูรณ์ก่อนที่เด็กจะอายุครบ 16 ปี และเด็กจะต้องอยู่ภายใต้ความดูแลของพ่อแม่บุญธรรมเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี จึงจะสามารถยื่นขอใบเขียวให้แก่ลูกบุญธรรมได้ ส่วนการพิจารณาความเหมาะสมของพ่อแม่บุญธรรม ก็มีหลักเกณฑ์เช่นเดียวกับที่ได้กล่าวมาข้างต้น
จะเห็นได้ว่าถ้าเด็กมิใช่เด็กกำพร้า เด็กจะต้องอยู่กับคุณอย่างน้อย 2 ปี เสียก่อนจึงจะมีสิทธิยื่นขอใบเขียวได้
ตัวอย่างเช่น เด็กหยิงน้อยเข้ามาอเมริกากับคุณพ่อคุณแม่ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว หลังจากที่พ่อแม่เดินทางกลับเมืองไทยไปแล้ว เด็กหญิงน้อยก็เข้าเรียนหนังสือโดยอาศัยอยู่กับป้าซึ่งเป็นอเมริกันซิติเซนต์ ต่อมาป้าก็เกิดความรักและเอ็นดูหลาน จึงทำการรับเด็กหญิงน้อยเป็นลูกบุญธรรม เมื่อเด็กหญิงน้อยอยู่กับป้าครบ 2 ปี ป้าก็ยื่นเรื่องขอใบเขียวให้แก่เด็กหญิงน้อย เมื่อเด็กหญิงน้อยได้รับใบเขียวแล้ว ตามกฎหมาย Child Citizen Act เด็กหญิงน้อยก็ได้รับสัญชาติอเมริกันโดยอัตโนมัติ
ทนายความจรินทร ทานัชฌาสัย เป็นสมาชิกของสมาคมทนายความแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย มีประสบการณ์ด้านอิมมิเกรชั่น, ล้มละลาย, ทรัสต์ พินัยกรรม, การรับบุตรบุญธรรม และการหย่าร้าง ผู้ใดมีคำถามสามารถโทรติดต่อทนายความจรินทร ได้ที่ (310)-515-2888
|