Quantcast
HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
Saturday October 25, 2014 03:13
 

 

หน้าแรกสยามมีเดีย | บ้านเขา บ้านเรา
ผู้ว่าฯแบงค์ชาติชูธงชนกับรัฐมนตรีคลัง
โดย สยามมีเดีย นิวส์ 15 กุมภาพันธ์ 2556

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล

กิตติรัตน์ ณ ระนอง

 

ผู้ว่าฯแบงค์ชาติชูธงชนกับรัฐมนตรีคลัง
โดย ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

ขณะนี้ปัญหาเรื่องเงินบาทแข็งค่า กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนสุดๆ และเมื่อฟังๆดูแล้วก็น่าจะเป็นผลดีต่อประเทศ แต่กลับมิได้เป็นผลดีให้กับพวกเราทั้งในอเมริกาและเมืองไทยเลย

สำหรับพวกเราในอเมริกานั้นนับว่าไม่เป็นผลดีเลย เพราะว่าเราจะต้องควักกระเป๋าจ่ายดอลล่าร์เพิ่มมากขึ้นกว่าเก่า หากต้องการจะส่งเงินกลับไปประเทศไทย  

ส่วนในแง่ของการลงทุน หากนักลงทุนต่างประเทศที่ต้องการเข้าไปลงทุนในไทยนั้น นับว่าเป็นผลดีอย่างมาก เพราะมีผลตอบแทนให้สูง แถมยังได้ดอกเบี้ยที่มีอัตราสูงน่าเสี่ยงอีกด้วย ทั้งนี้นักลงทุนต่างประเทศที่เข้าไปลงทุนในประเทศไทยนั้น ส่วนใหญ่มักจะไปเอาเงินไปลงทุนในตลาดหุ้น ลงทุนทางด้านอสังหาริมทรัพย์ และตลาดตราสารหนี้  ที่เป้าหมายหลักก็เพื่อต้องการเก็งกำไร

ในตลาดหุ้นนั้นนักลงทุนอาจจะใช้โอกาสในขณะนี้ ปั่นหุ้นให้สูงขึ้นเพื่อหวังเก็งกำไร หรือไม่ก็ทำให้บ้านและที่ดินมีราคาสูงขึ้น และเมื่อสบจังหวะเหมาะๆ ก็ขายฟันเงินกำไรเหนาะๆใส่เข้ากระเป๋า แล้วเปิดตูดหิ้วกระเป๋าเงินใบโตขนเงินกลับไปนอนตีพุงที่บ้าน และรอจังหวะเหมาะๆไปฉกฉวยโอกาสเหยื่อรายต่อไป

ทั้งนี้เรื่องทำนองนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่งในสมัยต้มยำกุ้ง ที่ทำให้ประเทศไทยเกิดวิกฤติปั่นป่วนชะงักงัน ธุรกิจทั้งหลายแหล่พังทลายล้มระเนระนาด ผู้ที่ประสพความล้มเหลวทางธุรกิจบางคนต้องฆ่าตัวตาย การล้มละลายในเมืองไทยในครั้งนั้นเป็นของธรรมดา ทำให้เกิดธุรกิจที่ใช้ชื่อว่า “คนเคยรวย” ให้เห็นดาษตา

ส่วนปัญหาเรื่องเงินบาทแข็งค่าในขณะนี้ ได้มีการถกเถียงกันในวงกว้าง ที่ต่างฝ่ายต่างมองไปกันคนละ

ค่ายหนึ่งคือนายกิตติรัตน์ ณ ระนองและดร.วีระพงษ์ รามางกูร ประธานบอร์ดของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่อ้างว่าหากเงินบาทแข็งขึ้นเรื่อยๆก็อาจจะนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่แตก

ส่วนอีกค่ายหนึ่งคือ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีคลังและอดีตรองผู้ว่าแบงค์ชาติที่เพิ่งถูกผลักดันให้ออกไป ยืนกรานโต้แย้งว่านโยบายเรื่องเงินบาทแข็งค่าในปัจจุบันนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว อีกทั้งยังมีประเด็นเรื่องแบงค์ชาติประสบกับปัญหาขาดทุนถึง 700,000 ล้านบาท ซึ่งได้กลายเป็นที่ถกเถียงของทั้งสองค่าย

ค่ายของนายธีระชัยได้ออกมาอธิบายว่า กรณีที่รัฐบาลต้องขาดงบดุลนั้น ต้องตกเป็นภาระแก่ประชาชน เพราะในที่สุดแล้ว รัฐบาลก็ต้องหันกลับมาเก็บภาษีเพื่อชดเชย และในระยะยาวนั้น นายธีระชัยได้อธิบายว่าเมื่อแนวโน้มเงินบาทแข็งตัวชลอลงหรือเปลี่ยนแปลงเป็นอ่อนตัว และปัญหาขาดทุนของแบงค์ชาติก็จะคลี่คลายไปเอง

 อีกทั้งนายธีระชัยได้ให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมอีกว่า “ขอให้สบายใจได้ว่า แบงค์ชาติไม่มีวันเจ๊ง” อีกทั้งนายธีระชัยยังได้เขียนบนหน้าเพจเฟชบุ๊กส่วนตัวไว้อีกว่า “รัฐมนตรีคลังผู้ใดที่พูดว่า กลัวแบงค์ชาติขาดทุนแล้วไปเพิ่มหนี้สาธารณะ” นั้นแสดงว่า “รู้ไม่จริง!!!”

เท่ากับว่านายธีระชัยได้พูดโจมตีไปที่นายกิตติรัตน์โดยตรง อนึ่งนายกิตติรัตน์เคยใช้กำลังภายในผลักดันจนนายธีระชัยต้องกระเด็นออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง ซึ่งทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีว่านายกิตติรัตน์มีความสนิทสนมกับนายกฯยิ่งลักษณ์อีกด้วย และนอกจากนั้นครั้งที่นายกิตติรัตน์เคยอยู่ในข่าย ที่อาจจะถูกปลดออก แต่ท้ายที่สุดนายกฯยิ่งลักษณ์ทำตัวเป็นกาวใจประสานให้นายกิตติรัตน์และดร.วีระพงษ์ เดินทางไปพบกับนายกฯทักษิณที่สิงคโปร์ และได้ทราบว่าตอนนี้ได้มีการเคลียร์กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ฉนั้นขณะนี้ดูเหมือนว่าความเสี่ยงกับอนาคตของผู้ว่าฯแบงค์ชาติคนปัจจุบัน ก็มีอยู่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว และเมื่อหกเดือนก่อนผมได้เดินทางไปกรุงเทพฯและได้รับเชิญให้ไปร่วมรับประทานอาหารเย็นกับอดีตผู้ว่าฯธนาคารชาติท่านหนึ่งซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่นานกว่าอดีตผู้ว่าธนาคารแทบทุกคน ท่านได้เล่าว่าเป็นของธรรมดาที่สุดที่ผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยถูกผลักดันจากรัฐบาลสูง และเป็นเรื่องธรรมดาอีกเช่นกันที่ผู้ว่าแบงค์ชาติจะถูกปลดออกเมื่อใดก็ได้ หากทำงานขัดขาไม่เป็นที่พึงพอใจของฝ่ายรัฐบาล

ส่วนประธานธนาคารกลางของสหรัฐฯนั้น จะไม่ถูกปลดออกและมักจะทำงานสอดคล้องกับรัฐบาลอย่างใกล้ชิด ดังจะเห็นได้จากการทำงานของ ดร.เบน เบอร์นันเก้ ที่ได้ทำงานสอดคล้องเข้าขากับรัฐบาลของโอบามาโดยตลอด

อีกทั้งผู้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯแต่ละคนล้วนแต่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ระดับโลกแทบทั้งสิ้น ที่ต่างก็เข้ามาทำงานด้วยความโปร่งใสและต่างเสียสละสมกับเป็นบุคคลสาธารณะเสียจริงๆ

กล่าวโดยสรุปหากมองย้อนหลังตั้งแต่อดีตมาจนกระทั่งปัจจุบัน  สถานะของผู้ว่าแบงค์ชาติของไทยไม่ว่าจะมีความเชี่ยวชาญช่ำชองและเก่งกาจเพียงใดก็ตามอาทิเช่น ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ ข้าราชการผู้ซื่อสัตย์? ที่มิเคยก้มหัวให้กับเผด็จการคนใด ผู้วางรากฐานประชาธิไตยไทย ผู้วางรากฐานเศรษฐกิจไทย และผู้วางรากฐานวิชาเศรษฐศาสตร์ไทย ที่แม้จะเก่งกาจขนาดนี้แต่ก็ยังแพ้ภัยต้องถูกผลักดันจากบรรดานักการเมืองเผด็จการจนต้องระเห็จออกไปใช้ชีวิตยังต่างประเทศ ซึ่งนับว่าท่านเป็นรัฐบุรุษที่ยิ่งใหญ่ของประเทศ

 

แล้วนับประสาอะไรกับผู้ว่าแบงค์ชาติคนปัจจุบัน ที่ขณะนี้อาจจะรู้สึกร้อนๆหนาวๆกลัวงานเข้า  สวัสดีประเทศไทยครับ.

 

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats