HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
Thursday October 23, 2014 23:38
 

 

หน้าแรกสยามมีเดีย | บ้านเขา บ้านเรา
75 ทิวาราตรีในเมืองไทย  
โดย สยามมีเดีย นิวส์

25 กุมภาพันธ์ 2554

ในช่วงเจ็ดสัปดาห์ที่ผมท่องเที่ยวอยู่เมืองไทย  ผมได้สัมผัสสังคมไทยค่อนข้างลึกซึ้งมากขึ้น ซึ่งบางอย่างอาจจะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนไทยที่เห็นของเหล่านั้นเป็นของจำเจ แต่สำหรับผมนั้นถือว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่เพราะว่าผมใช้เวลาในอเมริกาถึงสี่สิบสี่ปี และไม่ได้กลับมาเมืองไทยเลยในช่วงสิบห้าปีที่ผ่านมา

โดยทั่วไปแล้วเมืองไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่ มีที่เที่ยวมากมาย อาหารการกินอุดมสมบูรณ์มาก อัธยาศรัยไมตรีของคนไทยดีมากๆ และหากว่าเราไม่มีเรื่องขัดแย้งทางด้านการเมืองแล้ว ผมคิดว่าเมืองไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก

เช้าวันพุธนี้เป็นวันคล้ายวันจากไปของคุณพวงแก้ว ซึ่งเป็นภรรยาสุดที่รักของผมและผมได้ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อไปทำบุญใส่บาตรที่ข้างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่   ผมได้เห็นชาวฝรั่งหลายคนทำบุญใส่บาตรกับพระสงฆ์ด้วย ซึ่งเป็นบรรยากาศที่แช่มชื่นมากทีเดียว  แต่ผมมีความรู้สึกไม่สบายใจที่เห็นพระทุกองค์เดินด้วยเท้าเปล่าที่เกรงว่าเท้าของท่านอาจจะเหยียบเศษแก้วหรือเศษเหล็กหรือติดเชื้อโรคที่คาดการณ์ไม่ถึงก็ได้ และไม่เข้าใจว่าทำไมคณะสงฆ์ไทยไม่มีการปฏิรูปให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงเหมือนกับพระสงฆ์ไทยในอเมริกา และผมได้ทราบภายหลังว่าเป็นเพราะต้องการให้พระสงฆ์องค์เจ้าทุกองค์มีสติในการย่างก้าวทุกครั้งเพื่อให้แต่ละก้าวเป็นไปอย่างมีสติ และผมได้ทำบุญโดยได้นำอาหารใส่บาตรแต่ผมมีความรู้สึกผิดที่มีพระเดินเรียงแถวมาแต่ผมพลาดที่จะใส่ให้ครบทุกองค์และผมได้เปิดบาตรขององค์ท้ายสุดและเห็นว่าไม่มีอะไรอยู่ในบาตรเลยยิ่งทำให้ผมมีความรู้สึกผิดใหญ่และได้น้อมตัวกล่าวกระซิบว่า “ผมขอโทษครับ”

เรื่องอาหารนั้นนับว่าอุดมสมบูรณ์มากทีเดียว  มีอาหารแปลกๆใหม่ๆมากมาย ซึ่งอาหารบางประเภทผมไม่เคยพบเห็นมาก่อนและพร้อมที่จะเสี่ยงทานดู ดังเช่นตัวหนอนไม้ไผ่ทอดและห่อหมกรังผึ้ง  ส่วนการทานรังผึ้งนั้นกลับเป็นพิษกับเพื่อนของผมที่อาเจียนตลอดทั้งคืน เลยทำให้แผนการเดินทางไปเที่ยวเชียงรายของผมต้องชงักไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งๆที่เพื่อนรักของผมได้อุตส่าห์บินจากกรุงเทพฯและตั้งใจจะพาผมไปเที่ยวด้วยกันที่เชียงรายแต่ต้องยกเลิกรายการไป  และตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมาจนกระทั่งบัดนี้ท้องของผมกลับเริ่มปั่นป่วนที่ผิดสังเกตุตลอดมา ซึ่งผมใคร่แนะนำว่าหากท่านไปเมืองไทย ก็ไม่ควรเสี่ยงทานอาหารที่แปลกๆ

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้ใช้บริการนวดแผนโบราณ ตอนแรกๆผมได้เรียกใช้บริการหมอนวดไปที่บ้าน ซึ่งค่าบริการชั่วโมงละสองร้อยบาทหรือเท่ากับสามเหรียญกว่าๆ  และครั้งที่สองไปใช้บริการกับหมอนวดที่เป็นผู้ต้องขังหญิง ซึ่งทั้งนี้ผมใคร่ต้องการอุปถัมป์คนด้อยโอกาสด้วย และที่นี่เขาคิดค่าบริการชั่วโมงละสามร้อยบาทก็เท่ากับเจ็ดเหรียญกว่าต่อหนึ่งชั่วโมง

ผมได้รับการบอกเล่าว่ามีผู้หญิงที่ติดคุกอยู่ในเรือนจำที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่นั้นมีทั้งหมดสี่ร้อยสามสิบคนและแปดสิบเปอร์เซ็นต์ถูกคดีจองจำติดคุกเพราะค้ายาบ้าและสาวหมอนวดที่ให้บริการผมนั้นสารภาพว่าเขาทำจริงและมีอายุแค่ยี่สิบสองปี  เธอบอกว่าการค้ายาบ้าเป็นการหารายได้ที่ดีโดยต้นทุนซื้อยาบ้ามาในราคาเม็ดละเจ็ดสิบห้าบาท แต่เอาไปขายได้เม็ดละสามร้อยบาท และเนื่องจากเขามียาบ้าในครอบครองสามสิบเม็ดและถูกพิพากษาจำคุกสี่ปี เนื่องจากยอมสารภาพรับผิด และเธอยังบอกด้วยว่าขณะที่เธออยู่ในคุกนี้ทางบ้านยังไม่ทราบเพราะเธอได้บอกก่อนติดคุกว่าไปประกอบอาชีพร้านอาหารที่เชียงใหม่ และไม่เคยติดต่อกับทางบ้านเลยในช่วงสองปีที่ผ่านมา

ส่วนเพื่อนของเธอนั้นอายุสามสิบสี่ปีและแต่งงานแล้วสองครั้งมีลูกสองคนและสารภาพเช่นเดียวกันว่าเธอค้ายาบ้าจริงและมีอยู่ในครอบครองสามร้อยเม็ดกลับติดคุกหกปี ส่วนเธอเองนั้นมีอยู่ในครอบครองสามสิบเม็ดโทษก็เบาหน่อยและต่างคนต่างสัญญากับตัวเองว่าได้กลับตัวกลับใจแล้ว และจะขอยึดอาชีพที่สุจริตไม่หวนกลับไปเด็ดขาด  

อย่างไรก็ตามหมอนวดสองคนนี้จะออกจากคุกอีกสี่เดือนข้างหน้าและประวัติการเป็นผู้ต้องคดีจะถูกลบออกไปหลังจากนี้อีกสองปีข้างหน้า ทั้งนี้ผมได้ข้อมูลมาว่าคนไทยติดยาบ้ากันมากจริงๆและหญิงทั้งสองคนนี้บอกว่าโอกาสที่จะกำจัดยาบ้านี้ออกไปจากประเทศไทยคงจะยากเต็มที เพราะนักค้ารายใหญ่ได้หากินร่วมกับเจ้าหน้าที่ของบ้านเมืองอีกด้วย ส่วนตัวเธอทั้งสองนั้นแค่เป็นมดเป็นปลวกตัวเล็กๆเท่านั้นเอง

เมื่อพลาดทริปไปเที่ยวเชียงรายกับเพื่อนรักก็ไม่เป็นไร และเมื่อคุณอรรคเดชทราบว่าผมยังอยู่เชียงใหม่ เขาก็รีบบินไปร่วมสมทบกับผมที่นั่น และเนื่องจากเขามีเพื่อนเก่าแก่มากมายจากสมัยหนุ่มๆที่แอลเอแล้วกลับไปทำธุรกิจที่เชียงใหม่ ก็เป็นโอกาสดีที่เราได้ร่วมพบปะพูดคุยสังสรรค์กัน

เมื่อก่อนเพื่อนกลุ่มนี้ผมเพียงแต่เคยได้พบ แต่พอเจอะและได้ร่วมพูดคุยสังสรรค์กันแล้วก็เริ่มรู้สึกสนิทสนมกันในเวลาอันรวดเร็วมาก คนหนึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหาร Goodview ที่เป็นที่นิยมอันดับหนึ่งในเชียงใหม่ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง เราคุยกันถึงความหลังต่างๆที่แอลเอและร้านอาหารแห่งนี้เป็นศูนย์รวมของคนไทยที่เชียงใหม่ และคุยกันอย่างสนุกสนานและค่อนข้างพูดถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังของพวกเราในแอลเอ

ผมเพิ่งทราบมาว่าอะพาร์ทเม้นท์ที่คุณอรรคเดชอาศัยอยู่ในสมัยก่อนนั้นมีเพื่อนๆร่วมอาศัยอยู่ด้วย ซึ่งมีแค่สองห้องนอนแต่พักอยู่ด้วยกันถึงสามสิบคน ซึ่งก็มีหลายคนที่ประสบผลสำเร็จ ฉนั้นผู้ใดก็ตามที่อาศัยอยู่ในแอลเอที่เป็นเพื่อนๆของคุณอรรคเดช คุณชาญชัยและคุณต๋อยเจ้าของร้าน Goodview ซึ่งถือเป็นแหล่งรวมของข้อมูล มีอะไรดีหรือไม่ดีในกอไผ่ ผมทราบหมดแล้ว  เราคุยกันไปหัวเราะกันไปเฮฮากันไปติดต่อกันร่วมเก้าชั่วโมง ผมสนุกมากทีเดียวและต่อจากนั้นพวกเราก็ไปทานอาหารกันต่อที่ร้านของคุณโอ๊คผู้ที่เคยเป็นศิษย์เก่าชาวแอลเอเช่นเดียวกันชื่อ  “Oak Tree”  ได้ไปฟังเพลงไทยและร่วมร้องเพลงกันอย่างสนุกสนานโดยมีสาวๆผิวขาวชาวเชียงใหม่ห้อมล้อมให้การต้อนรับอย่างเป็นเองและกว่าจะกลับถึงบ้านก็ตีสองกว่าเข้าไปแล้ว

จริงๆแล้วความเป็นเพื่อนนั้นนับว่ามีความหมายมากทีเดียว  ในกรณีของคุณสุธรรม แสงประทุมนั้น ผมแค่รณรงค์ให้เขาออกจากคุกจากคดีที่ไม่เป็นธรรมเมื่อสามสิบปีก่อน ซึ่งเราไม่เคยได้ติดต่อกันมาเป็นเวลาสามสิบปีหลังจากที่เขาเดินทางมาแอลเอตามคำเชิญของพวกเราเพื่อฉลองชัยชนะ แต่ดูเหมือนว่าจิตใจของพวกเรายังคงผูกพันคิดถึงกันอยู่  และมาครั้งนี้สายสัมพันธ์ที่ดีของเรายิ่งกระชับเหนียวแน่นมากขึ้นไปอีก

ทั้งนี้เริ่มจากหลังเสร็จงานพิธีการสวดอภิธรรมศพของพี่ทองใบเมื่อวันที่ 28 มกราคมนี้ เขาก็ได้พาตัวผมขึ้นรถไปกับเขาโดยให้หลักประกันกับหลานๆของผมอีกห้าคนที่ไปร่วมพิธีด้วยว่า “ ไม่ต้องห่วงจะขอลักพาตัวลุงไป แล้วจะพาส่งตัวกลับบ้านให้อย่างปลอดภัย ”

และหลังจากผมกลับบ้านที่เชียงใหม่แล้ว อีกไม่กี่วันคุณสุธรรมก็ให้ผมบินกลับกรุงเทพฯอีกครั้งหนึ่ง  และทันทีที่ผมก้าวขาลงจากเครื่องบินเขาก็พาผมไปที่บ้านพักในอำเภอปากช่อง เราคุยกันดึกๆดื่นๆและผมก็สารภาพว่าเหตุผลที่ผมทึกทักคิดเอาเองว่าขณะที่เขามีอำนาจอยู่ในตำแหน่งที่มีอิทธิพลทางการเมืองที่ไปสังกัดอยู่พรรคไทยรักไทยนั้น เขาคงเปลี่ยนอุดมการณ์ แต่เมื่อคุยกันวันแล้ววันเล่าผมได้ข้อสรุปว่าคุณสุธรรมไม่ได้เปลี่ยนอุดมการณ์เลยแม้แต่น้อย และยังคงต่อสู้ความไม่เป็นธรรมในสังคมอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้

และในโอกาสต่อมาคุณอรรคเดชก็ได้มาร่วมสมทบกับคุณสุธรรมและผมต่อที่กรุงเทพฯ และได้คุยกันลึกๆหลายเรื่องและเราต่างสรุปกันว่าคุณสุธรรมยังคงยืนหยัดต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และจากนั้นคุณสุธรรมก็ขอร้องให้ผมกลับไปอยู่กับครอบครัวที่เชียงใหม่และให้สัญญาว่าจะบินตามไปอีกในสามวันข้างหน้า

ในที่สุดคุณสุธรรมก็ยังคงรักษาคำมั่นสัญญาตามแบบฉบับเดิมคือบินไปพร้อมภรรยาเยี่ยมผมที่เชียงใหม่และได้วางแผนที่จะพาผมไปเที่ยวที่เชียงรายด้วยแต่พอดีรังผึ้งทำพิษก็เลยทำให้แผนการท่องเที่ยวต้องล้มเหลวไป

เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับการที่ผมไม่ได้ไปเชียงราย เขาจึงได้ปลอบใจโดยจัดการให้ผมได้ไปใช้บริการสปาและนวดน้ำมันที่โรงแรมใหญ่โตรโหฐานชั้นหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ และผมพบว่าแค่ใช้บริการสามชั่วโมงเขาต้องเสียค่าบริการไปเป็นหมื่นและขอร้องให้ผมทำดีท๊อกซ์ด้วย แต่ผมต้องขอปฏิเสธเพราะผมเกรงว่าอะไรที่แปลกๆใหม่ๆผมต้องขอตัวทำนองเดียวกับเรื่องของรังผึ้งนั่นแหละครับ

เนื่องจากพวกเราไปเที่ยวเชียงรายไม่ได้ เราก็ตระเวณไปทานอาหารที่ต่างๆทั้งอาหารเช้าและอาหารเย็น ส่วนอาหารเย็นนั้นเราไปทานอาหารที่มีบรรยากาศดีมากๆและเรานั่งคุยกันร่วมห้าชั่วโมงและผมได้เชิญรองศาสตราจารย์ ประสาน ตังสิกบุตร รองคณะบดีจากมหาวิทยาเชียงใหม่เข้าร่วมวงสนทนาด้วย

พวกเรามีทั้งสิ้นสิบคนคุยกันไปในแทบทุกเรื่อง คุยกันแบบเปิดโปงหมดพุงทีเดียวและผมได้มาทราบทีหลังว่าพอถึงเวลาสี่ทุ่มแล้วพวกเรายังลืมตัวคุยกันอย่างสนุกเฮฮา แต่กลับปรากฎว่าคนเสิร์ฟทั้งหลายได้ใช้วีธีขับไล่พวกเรา  เช่น โยนร่มกระแทกกระทั้นใส่บ้าง พูดกระทบกระทั่งบ้าง  แต่เนื่องจากผมไม่ค่อยเป็นคนช่างสังเกตุอยู่แล้วก็เลยไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้น เท่ากับว่าการไม่รู้เรื่องอะไรก็ดีไปอย่างหนึ่งเหมือนกันครับ และหากเด็กเสิร์ฟพวกนี้รู้ว่าเขาทำกิริยาเหล่านี้อยู่กับอดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทยอยู่ พวกเขาจะรู้สึกหนาวๆร้อนๆกันบ้างไหม

เอาละครับสัปดาห์นี้นับเป็นสัปดาห์สุดท้ายแล้วที่การท่องเที่ยวในเมืองไทยของผมได้สิ้นสุดลง และหากไม่มีอะไรขัดข้องผมก็จะกลับไปทำงานอย่างปรกติในวันพุธหน้านี้ครับ ฉนั้นหากท่านผู้ใดต้องการจะให้ผมรับใช้เรื่องเงินกู้เพื่อธุรกิจและทางด้านอสังหาริมทรัพย์โปรดโทรศัพท์นัดหมายพบผมได้ที่เบอร์ 626-533-1486 ครับ

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats