HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2551 01:00 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน


หน้าแรกสยามมีเดีย | บ้านเขา บ้านเรา
ประธานาธิบดีผิวดำคนแรกของอเมริกา?
โดย สยามมีเดีย นิวส์

22 กุมภาพันธ์ 2551

       เนื่องจากขณะนี้โอบามาคนผิวดำกำลังสร้างโมเม้นตั้มสูงที่อาจจะได้รับเลือกเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครต และอาจจะได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีผิวดำคนแรกของสหรัฐฯ ฉะนั้นผมใคร่จะเสนอว่าโอบามาเป็นใครมาจาก ไหน

       การเลือกตั้งขั้นต้นในรัฐแรกที่มีขึ้นที่รัฐไอโอวาเมื่อวันที่ 3 มกราคมนี้ ปรากฏว่าโอบามาได้สร้างความแปลกใจให้กับ ทุกฝ่าย ที่เขาได้รับชัยชนะมาเป็นอับดับหนึ่งและคลินตันมาเป็นอันดับสาม แต่การเลือกตั้งแข่งขันในรัฐนิวแฮมเชียร์ในอีกสาม วันต่อมา คลินตันกลับเป็นฝ่ายชนะและคลินตันได้รับคะแนนโดยรวมนำมาตลอด ซึ่งทางค่ายคลินตันคาดหมายเอาไว้ว่าการ เลือกตั้งครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ จะเป็นวันที่คลินตันจะต้องเป็นฝ่ายน๊อคเอ้าท์โอบามา แต่กลับพลิกล็อคโดยคลินตัน ไม่ได้รับชัยชนะขาดลอยตามความคาดหมาย และคะแนนรวมของคลินตันกับโอบามายังคงสูสีกันมาเรื่อยๆ

       ตั้งแต่การเลือกตั้งหลังวันที่ 5 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา ซึ่งมีการแข่งขันในสิบเอ็ดแห่ง ปรากฏว่าโอบามาเป็นฝ่ายชนะทั้ง สิบเอ็ดแห่ง ซึ่งล่าสุดเมื่อวันพฤหัสนี้ผลรวมการลงคะแนนของคนอเมริกันในต่างประเทศสองหมื่นคน ได้เทคะแนนให้โอบามา ถึงหกสิบห้าเปอร์เซ็นต์จาก 164 ประเทศ และเป็นผลให้คะแนนโดยรวมของโอมาบาขึ้นแซงหน้าคลินตันสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ยัง ไม่ขาดลอย เท่ากับว่าโอบามากำลังสร้างโมเมนตั้มเรื่อยมา ซึ่งทำให้ค่ายของคลินตันเริ่มวิตกกังวล

       รัฐวิสคอนซินที่มีการเลือกตั้งเมื่อวันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งเคยเป็นฐานเสียงของคลินตันอย่างแน่นหนา แต่กลับ ปรากฏว่าคลินตันได้แพ้โอบามาอย่างยับเยิน และโอบามาก็ได้รับชัยชนะอย่างขาดลอยเช่นเดียวกับที่ฮาวาย ซึ่งขณะนี้ความ หวังของคลินตันอยู่ที่รัฐเท็กซัสและรัฐโอไฮโอ ที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 4 มีนาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งหากว่าคลินตัน จะประสบกับความพ่ายแพ้ในรัฐใดรัฐหนึ่ง โอกาสของคลินตันที่จะฟื้นตัวได้ก็ลำบาก

       เมื่อดูแนวโน้มโดยทั่วไปแล้ว โอกาสของโอบามาที่จะได้รับเลือกเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตค่อนข้างสูงมาก

       คราวนี้เราหันกลับมาดูเบื้องหลังว่าโอบามาเป็นใครมาจากไหน และทำไมเขาได้กลายเป็นดาวเด่นทางการ เมืองระดับประเทศในระยะสั้นมากๆ

       โอบามาเกิดเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 1961 ซึ่งมีอายุ 47 ปี เขาเกิดที่เมืองฮอนโนลูลู รัฐฮาวาย บิดาเป็นชาวเคนยาและ แต่งงานกับชาวอเมริกันผิวขาว แต่บิดาและมารดาหย่าร้างกันเมื่อเขาอายุเพียงสองขวบ และมารดาได้แต่งงานใหม่กับคน อินโดนีเซียและได้ย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศอินโดนีเซีย และตอนโอบามาอายุสิบขวบได้ย้ายกลับไปยังฮาวายอีกครั้ง

       ตอนเรียนหนังสือชั้นมัธยมที่ฮาวาย นักเรียนส่วนใหญ่เป็นชาวเอเชีย ซึ่งนักเรียนผิวดำมีแค่สามคนซึ่งเขาได้ตระหนักดีว่า เขาเป็นคนผิวดำ และในปี 1982 นับเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาพบกับบิดา เพราะบิดาของเขาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์

       หลังจากจบไฮสกูล โอบามาได้เข้าเรียนที่ Occidental College ใกล้กับเมืองพาสซาดีน่า และจากนั้นเขาได้ย้ายไป เรียนต่อที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เรียนแขนงวิชารัฐศาสตร์ และได้เรียนต่อด้านกฎหมายที่ฮาวาร์ด

       หลังจากจบกฎหมายจากฮาวาร์ดแล้ว เขาได้ใช้ชีวิตทางด้านพัฒนาชุมชนและเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชารัฐธรรมนูญที่ มหาวิทยาลัยชิคาโกเป็นเวลาสิบปี และได้รับเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิกประจำรัฐอิลลินอยส์ ระหว่างปี 1997 ถึงปี 2004 แต่เขา ประสบความล้มเหลวในการวิ่งสมาชิกผู้แทนฯ ในปี 2000 และได้วิ่งเป็นวุฒิสมาชิกสำเร็จในอีกสามปีต่อมา

       ขณะที่โอบามายังเป็นวุฒิสมาชิกของรัฐอิลลินอยส์ เขาได้รับเกียรติให้เป็นผู้กล่าวสุนทรพจน์ของการประชุมพรรคเดโม-แครต เมื่อปี 2004 ครั้งที่วุฒิสมาชิกแครี่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครต

       ครั้งที่เขาได้รับเกียรติให้เป็นกล่าวปราศรัยคนสำคัญที่สุดในที่ประชุมใหญ่ หรือที่เรียกว่าเป็น Keynote speaker นั้น เขาได้รับการกล่าวขวัญและประทับใจจากคนอเมริกันทั่วประเทศว่าเป็นนักพูดที่เก่งกาจ และได้กลายเป็นดาราทางการเมือง ของสหรัฐฯ เรื่อยมา และในการเข้าแข่งขันในตำแหน่งวุฒิสมาชิกในเดือนพฤศจิกายน 2004 เขาได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น ถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์

       ทันทีที่เขาเข้าเป็นวุฒิสมาชิก เขาได้เริ่มแสดงผลงานซึ่งถือว่าเป็นงานดีเด่นทันทีคือร่างกฎหมายควบคุมงบการใช้จ่าย ของรัฐบาลกลาง และมีความสนใจเป็นพิเศษทางด้านการต่างประเทศ ซึ่งเขาได้เดินทางไปต่างประเทศเป็นประจำ ทั้งใน ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

       ทันทีที่เขาได้สมัครเข้าแข่งขันช่วงชิงเพื่อเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตเพื่อหวังเข้าสู่ทำเนียบขาว เมื่อเดือนกุมภา-พันธ์ปี 2007 เขาได้แถลงจุดยืนเกื่ยวกับสงครามอิรักอย่างชัดเจนว่า เขาจะถอนทหารออกจากอิรักและต้องการให้ชาวอเมริกัน ทุกคนมีสวัสดิการทางด้านสุขภาพ และต้องการให้โรบินฮูดทุกคนได้มีโอกาสอยู่ในอเมริกาอย่างถูกกฎหมายโดยถาวร

       ตอนเริ่มเข้าแข่งขันตำแหน่งประธานาธิบดีของพรรคเดโมแครตนั้น มีนักการเมืองในพรรคทั้งหมดแปดคน แต่ท้ายที่สุด ขณะนี้ยังคงเหลือแข่งขันกันแค่สองคน คือคลินตันและโอบามา

       นโยบายของโอบามานั้นได้เน้นถึงความหวังใหม่ของคนอเมริกัน ซึ่งเขาได้ย้ำอยู่เสมอว่านโยบายของประเทศจำต้อง เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทุกๆ ด้าน ทั้งภายในและต่างประเทศ

       ความสำเร็จทางการเมืองและชีวิตของโอบามาอาจจะไม่ปรากฏขึ้น หากปราศจากศรีภรรยาที่ชื่อ “มิเชลล์” ซึ่งพบรักกัน ครั้งแรกที่ทำงานในบริษัททนายแห่งเดียวกัน ซึ่งตอนเริ่มทำงานมิเชลล์ได้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของโอบามา และต่อมาก็ได้ แต่งงานกัน ซึ่งทั้งสองคนต่างมีปรัชญาชีวิตเหมือนกัน ต่างมุ่งมั่นที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงสังคม ดังจะเห็นได้ว่าตั้งแต่จบ กฎหมายจากฮาวาร์ด ต่างคนต่างได้ทอดทิ้งอาชีพทนายความที่มีรายได้สูงและเป็นอาชีพการงานที่หรูหรา แต่ได้เลือกทำงาน รับใช้ผู้ยากไร้ ซึ่งโอบามาและภรรยายอมรับเงินเดือนขั้นต่ำซึ่งเงินที่ได้รับมักจะชักหน้าไม่ถึงหลัง และเขาทั้งสองเพิ่งจะ ปลดเปลื้องหนี้สินหมดจากเงินที่ได้รับจากค่าแต่งหนังสือเล่มแรก ที่ชื่อความกล้าแห่งความหวัง “The Audacity of Hope” ซึ่งได้กลายเป็นหนังสือที่ขายดีที่สุดเล่มหนึ่งเมื่อปีกลายนี้เอง

       ขณะที่โอบามาตัดสินใจลงแข่งขันเพื่อหวังเข้าสู่ทำเนียบขาวนั้น โอบามาและภรรยาได้ตั้งปฏิภาณร่วมกันว่าเขาจะเอา ชนะค่ายคลินตันก่อน ซึ่งมีความเพียบพร้อมทั้งแหล่งเงินและคณะที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญในทุกๆ ด้าน และเขาต้อง โน้มน้าวให้คนอเมริกันเข้าใจว่า ถึงเวลาแล้วที่สังคมอเมริกาจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทุกๆ ด้าน

       โอบามาและศรีภรรยาให้ความเคารพและให้เกียรติซึ่งกันสูง อีกทั้งมิเชลล์พยายามเตือนโอบามาอยู่เสมอว่าอย่าลืมพื้นเพ ของตนว่าตนมาจากไหน และไม่ต้องการให้โอบามากลายเป็นสัตว์ทางการเมืองเหมือนกับนักการเมืองทั่วไป ที่เป็นนักฉกฉวย โอกาสทำลายศัตรูการเมืองที่ไร้ความเมตตาปราณี

       มิเชลล์เป็นนักวางแผนตัวยง และพยายามปลอบใจสามีและผู้ใกล้ชิดในยามที่สามีพ่ายแพ้คลินตันในช่วงต้นๆ และมีความ เชื่อมั่นในตัวสามีเสมอว่าเมื่อคนอเมริกันทั่วไปเข้าใจถึงเป้าหมายที่แท้จริงของสามีเธอแล้ว ในที่สุดคนอเมริกันจะค่อยๆ เท คะแนนให้กับโอบามา ซึ่งได้เป็นจริงตามความคาดหมายของเธอ

       นอกจากนั้นมิเชลล์เป็นคนมีอารมณ์ขันและชอบหยอกล้อสามีของตนเองเพื่อสร้างความครื้นเครง ขณะที่การเดินทางไป รณรงค์หาเสียงเต็มไปด้วยความเครียด

       การเอาชนะจิตใจจากคนทั้งผิวขาวและผิวดำ เพื่อเปิดโอกาสให้โอบามาซึ่งเป็นคนผิวดำเข้าสู่ทำเนียบขาวนั้น นับว่าเป็นอุปสรรคที่ใหญ่หลวงเหลือเกิน แต่ในที่สุดโอบามาและมิเชลล์สามารถเสนอวิสัยทัศน์ให้คนทั้งสองสีผิว นี้เข้าใจ พร้อมทั้งได้เรียกร้องดึงดูดความไว้วางใจจากคนสองกลุ่มนี้ได้ในช่วงระยะเวลาอันสั้น และชาวลาติน ค่อยๆ หันมาร่วมสนับสนุนด้วย ทั้งๆ ที่เคยเป็นฐานเสียงของคลินตัน ซึ่งนับว่าเป็นนิมิตใหม่ของสังคมอเมริกันที่ไม่ เคยเกิดขึ้นมาก่อน

       กฏหมายที่ประธานาธิบดีบุชเซ็นเมื่อวันพุธที่แล้ว เกี่ยวกับเพิ่มวงเงินกู้ซื้อบ้านและรีไฟแนนซ์บ้านยังไม่มีผล บังคับใช้ และคาดว่าคงจะเกิดขึ้นราวกลางเดือนหน้าครับ

กลับด้านบน

 

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats