HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2551 01:04 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน


หน้าแรกสยามมีเดีย | บ้านเขา บ้านเรา
ฉากการเมืองไทย การเมืองสหรัฐฯ และโฉมหน้าดอกเบี้ยลด
โดย สยามมีเดีย นิวส์

8 กุมภาพันธ์ 2551

       เนื่องจากท่านผู้อ่านหลายท่านได้โทรศัพท์ไปให้ผมช่วยวิเคราะห์ทั้งการเมืองไทยและในสหรัฐฯ และความ เคลื่อนไหวเรื่องดอกเบี้ย ฉะนั้นฉบับนี้ผมจะขอเขียนผสมกันสามเรื่องเพื่อตอบสนองตามความต้องการของท่าน ผู้อ่าน โดยจะเริ่มต้นด้วยการเมืองของสหรัฐฯ ก่อน

      การแข่งขันเข้าสู่ทำเนียบทุกๆ สี่ปีของการเมืองอเมริกา ซึ่งเป็นเรื่องตื่นเต้นของคนอเมริกันมากและโดยเฉพาะปีนี้ เพราะ อนาคตประธานาธิบดีคนต่อไปอาจจะเป็นประธานาธิบดีคลินตันหญิงคนแรก หรือโอบามาคนผิวดำคนแรก ส่วนนักการเมืองอีก หกคนในพรรคเดโมแครตได้ถอนตัวออกไปหมดแล้ว

      การครองตำแหน่งของประธานาธิบดีบุชที่สังกัดพรรครีพับลิคันจะจบลงในวันที่ 20 มกราคมปีหน้า ซึ่งคนอเมริกันส่วน ใหญ่ขณะนี้ต้องการจะได้นักการเมืองจากพรรคเดโมแครต เพราะคนอเมริกันส่วนใหญ่ถึงเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์เห็นว่าสหรัฐฯ กำลังเดินทางผิดทาง

      เมื่อดูแนวโน้มแล้วในปีหน้าพรรคเดโมแครตคงจะคุมเสียงข้างมากทั้งสภาสูงและสภาล่าง ดังจะเห็นได้ว่าขณะนี้สมาชิก ผู้แทนราษฎรของพรรครีพับลิคันได้ประกาศที่จะไม่ลงแข่งขันในปลายปีนี้ถึง 37 คน ส่วนสมาชิกสภาผู้แทนของพรรคเดโม-แครตที่จะไม่ลงมีแค่ 5 คน ซึ่งนับว่าเป็นสัญญาณอันตรายของพรรครีพับลิคันในสภาผู้แทนราษฎร

      เนื่องจากผลการแข่งขันเมื่อวันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่เรียกว่า “ซูเปอร์ทิวสเดย์” นี้ คะแนนของคลินตันและโอบามา ยังสูสีกันมาก ซึ่งเมื่อก่อนค่ายของคลินตันหวังจะน็อคเอ้าท์โอบามาในวันซูเปอร์ทิวสเดย์แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้น แต่ปรากฏว่า โอบามากลับชนะในสิบสามรัฐ แต่คลินตันได้ชนะเก้ารัฐแต่เป็นรัฐใหญ่กว่า

      ฉะนั้นนักการเมืองทั้งสองคนก็จะต้องแข่งขันกันต่อไป ซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันที่ 7 มิถุนายนปีนี้ และพรรครีพับลิคันจะสิ้นสุด ในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้

      อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ยอดรวมถึงวันพฤหัสนี้ปรากฏว่าคลินตันได้รับ 905 เสียง ส่วนโอบามาได้รับ 703 เสียง ซึ่งห่างกัน 200 คะแนน (ทั้งนี้ยอดคะแนนนี้ย่อมเปลี่ยนแปลงได้วันต่อวัน) แต่ยอดคะแนนใครจะได้รับเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตนั้น ต้องได้รับอย่างน้อย 2025 คะแนน ซึ่งจะมีการคัดเลือกประกาศเป็นทางการในการประชุมใหญ่ของพรรคในปลายเดือน สิงหาคมนี้

      เนื่องจากคลินตันและโอบามายังไม่มีใครได้รับชัยชนะขาดลอยจากการแข่งขันใน 28 รัฐในช่วงหนึ่งเดือนกับสามวัน ดังนั้นการแข่งขันก็ต้องมีต่อไปและในสัปดาห์หน้าซึ่งจะมีการแข่งขันกันในแปดแห่ง กล่าวคือในวันที่ 9 กุมภาพันธ์คือรัฐ หลุยเซียน่า เนบราสก้า วอชิงตันและเกาะเวอร์จิ้น ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่รัฐเมน และในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่รัฐแมรี่แลนด์ เวอร์จิเนียและวอชิงตันดีซี ซึ่งจะกลายเป็นที่ตื่นเต้นอีกต่อไป ทั้งนี้คนโอบามาจะได้เปรียบในรัฐหลุยเซียน่า แมรี่แลนด์และ เวอร์จิเนียเพราะคนผิวดำมีมาก และคนหนุ่มและกลุ่มหัวก้าวหน้ามากในรัฐวอชิงตันและวิสคอนซิน

      แนวโน้มขณะนี้โอบามากำลังได้เปรียบทั้งด้านความนิยมและการเงิน ซึ่งเมื่อวันพุธนี้เพียงวันเดียวโอบามาได้รับเงิน บริจาคจากอินเทอร์เน็ตถึงสามล้านเหรียญ แต่คลินตันต้องยืมเงินตัวเองสามล้านเหรียญและยืมเงินตัวเองอีกห้าล้านเหรียญ เมื่อเดือนมกราคม และโอบามาได้รับเงินบริจาค 32 ล้านเมื่อเดือนมกราคมนี้ ซึ่งคลินตันได้รับเพียง 13 ล้านเหรียญ

      ฉะนั้นสองนักการเมืองนี้ใครมีสายป่านทางการเงินยาวกว่ากันก็ย่อมได้เปรียบสูงกว่า และตราบใดที่การแข่งขันยืดเยื้อ ออกไป โอบามาย่อมได้เปรียบสูงกว่า และเนื่องจากโอบามากำลังได้เปรียบอยู่ขณะนี้และได้หลีกเลี่ยงไม่ต้องการโต้วาทีกับ คลินตันอีกด้วย

      คราวนี้หันมาดูค่ายพรรครีพับลิคัน ปรากฏว่าแม็คเคนได้รับ 689 คะแนน ส่วนฮัคคะบี้ได้รับ 156 คะแนน และรอมนี่ได้ 133 คะแนน และใครจะได้รับเป็นตัวแทนของพรรครีพับลิคันนั้นจะต้องได้อย่างน้อย 1191 ซึ่งแม็คเคนได้เกินครึ่งแล้ว และคาดว่า แม็คเคนคงจะเป็นตัวแทนของพรรครีพับลิคันที่อาจจะเข้าช่วงชิงกับโอบามาหรือคลินตันคนใดคนหนึ่ง

      จากผลรายงานของ “Cook Political Report” ล่าสุดรายงานว่าหากมีการแข่งขันขึ้นขณะนี้ระหว่างคลินตันกับแม็คเคน ปรากฏว่าแม็คเคนจะชนะคลินตัน 45 ต่อ 41% และโอบามาจะชนะแม็คเคน 45 ต่อ 43% และผลของการหยั่งเสียงของ วอชิงตันโพสต์กับสถานีโทรทัศน์เอบีซีก็ออกมาในแนวเดียวกัน

      คราวนี้ขอวกมาเรื่องการเมืองไทยซึ่งมีรัฐบาลชุดใหม่แล้ว ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่นายกสมัครได้รับรู้เกี่ยวกับ ข้อวิพากษ์วิจารณ์ของพวกเรา ที่ได้ตำหนิว่านายกสมัครพยายามหลีกเลี่ยงและก้าวร้าวกับสื่อมวลชน และขณะนี้ ได้เปลี่ยนท่าทีใหม่แล้ว นับว่าเป็นนิมิตรดีที่อาจจะลดกระแสขัดแย้งกับสื่อมวลชนได้ซึ่งเป็นจิตวิทยาอีกด้านหนึ่ง

      การที่นายกสมัครจะพบปะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลทุกวันอังคารและวันศุกร์นับว่าเป็นนิมิตรดีเช่นกัน และแม้ว่าจะเป็น โอกาสประชาสัมพันธ์ แต่ทางที่ดีที่สุดนายกสมัครน่าจะลดวันสัมภาษณ์ให้เหลือแค่หนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ และไม่ควรสุรุ่ยสุร่าย เวลากับสื่อมวลชนมากนัก และควรเอาเวลาที่สำคัญนั้นไปบริหารประเทศแล้วปล่อยให้โฆษกทำเนียบเป็นคนแถลงและชี้แจง

      และที่สำคัญที่สุดหากรัฐบาลนายกสมัครไม่สร้างผลงานให้ปรากฏในสามเดือนแรก ก็ไม่แน่ว่ารัฐบาลนี้จะสามารถเผชิญ กับแรงเสียดทานต่อต้านจากสื่อมวลชนได้หรือไม่

      ในประเด็นที่นายกสมัครได้แถลงว่าจะเลื่อนนิรโทษกรรมนักการเมือง 111 คนของพรรคไทยรักไทยที่ถูกตัดสิทธิ์ไปก่อน นั้น และจะดำเนินตอนสามเดือนก่อนที่รัฐบาลจะครบสมัยสี่ปี ซึ่งเกมเช่นนี้ก็อาจจะเป็นแผนการที่นายกสมัครต้องการซื้อเวลา ไปสักช่วงหนึ่ง และหากไม่มีเสียงต่อต้านมากนักนายกสมัครอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ แต่เป็นที่น่าสนใจว่าขณะนี้กลุ่ม 111 คน กำลังเคลื่อนไหวที่จะเป็นที่ปรึกษาของผู้ที่ได้รับตำแหน่ง หรือบางทีนายกทักษิณอาจจะตกอยู่ในบทบาทนี้ด้วย

      การที่นายกสมัครหวังจะอยู่ครบสี่ปีนั้น นั่นเป็นแค่ทฤษฎี แต่ตามความเป็นจริงก็คงเกิดได้ยาก และการที่นายกสมัคร พูดเช่นนี้ก็เพื่อเป็นเดินเกมจิตวิทยาเพื่อต้องการให้คนทั่วไปเชื่อมั่นกับตัวเองก่อน และนายกสมัครอาจจะคิดว่าความศรัทธา จากประชาชนจะตามมาทีหลัง

      ส่วนการที่นายกดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมแต่ไม่มีรัฐมนตรีช่วยกลาโหม นับว่าเป็นของใหม่ที่ทหารอาชีพไม่ได้เข้า ไปมีบทบาท ถือว่าเป็นการขัดประเพณีกับทหาร หรือเนื่องจากกระทรวงกลาโหมเป็นขุมงบประมาณสูงมากและยังมีงบลับ อีกมากมายอีกด้วย หรือว่านายกสมัครต้องการกีดกันฝ่ายทหารไม่ให้เข้าไปมีบทบาท และต้องการกำจัดทหารออกไปห่างๆ ซึ่งไม่แน่ว่านายกสมัครมีอะไรอยู่ในใจ

      การฟอร์มรัฐบาลนี้ดูเหมือนว่านายกสมัครยังไม่ได้เป็นตัวของตัวเองเพราะมีขีดจำกัดหลายด้าน เช่นมีแรงผลักดันจาก อดีตนายกทักษิณและแรงผลักดันจากพรรคร่วมรัฐบาล แต่ดูภาพรวมแล้วรัฐมนตรีบางคนขาดประสบการณ์คล้ายกับเข้าไปเพื่อ ต้องการเข้าไปฝึกงาน และเป็นเรื่องน่าขบขันที่รัฐมนตรีช่วยคลัง ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี มีอาชีพพยาบาลซึ่งไม่มี พื้นฐานด้านการธนาคารหรือการเงินแม้แต่น้อย แต่อาจจะเพราะโควต้าหรือเล่นพรรคเล่นพวกก็ได้

      รัฐบาลชุดนี้อาจจะเป็นรัฐบาลชั่วคราวที่นายกทักษิณอาจจะวางเกมให้มีการปรับรัฐบาลชุด “สมัครสอง” ในอนาคตอัน สั้นก็ได้ ส่วนรัฐบาลนายกสมัครจะอยู่ครบสี่ปีหรือไม่นั้นก็ยังเป็นเครื่องหมายคำถาม “?” ตัวใหญ่

      หรือไม่รัฐบาลชุดนี้ฟอร์มขึ้นมาเพื่อเคลียร์เส้นทางรองรับการกลับเมืองไทยของอดีตนายกทักษิณก็ได้

      และอีกประเด็นหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามก็คือขณะนี้อาจจะมีการเจรจาต่อรองภายในให้มีการยกฟ้องคดีต่างๆ กับอดีตนายก ทักษิณหรือไม่ ก็อีกเป็นเครื่องหมายคำถาม “?” ตัวโตเช่นกัน

      และข่าวที่สำคัญที่สุดเมื่อบ่ายวันพฤหัสนี้ วุฒิสมาชิกได้ผ่านนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยเสียง 81 ต่อ 16 เสียงเพื่อแจกจ่ายเงินให้คนอเมริกัน 117 ล้านคนที่รายได้ต่ำ และคนสูงอายุที่มีรายได้จาก Social Security ด้วยรวมทั้งทหารผ่านศึกด้วย ส่วนผู้ที่เป็นโสดจะได้รับหกร้อยเหรียญ และคู่แต่งงานจะได้รับ 1200 เหรียญ และอีกสามร้อยเหรียญกับลูกแต่ละคน

      ส่วนวงเงินซื้อบ้านนั้นจะเพิ่มเป็น 730,000 เหรียญจากที่มีอยู่ขณะนี้ 417,000 เหรียญ ซึ่งโปรแกรมนี้จะมี แค่สิ้นปี 2008 เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าคนที่จะซื้อบ้านหรือจะรีไฟแนนซ์บ้านไม่ต้องแยกโลนออกเป็นสองโลน หากว่ากู้ในวงเงินไม่สูงกว่า 584,000 เหรียญหรือเท่ากับ 80% จากยอดวงเงิน 730,000 แต่หากเกินวงเงิน 584,000 เหรียญขึ้นไป ส่วนที่แตกต่างกันนั้นก็จะกลายเป็นโลนที่สอง เพราะการเริ่มต้นของโลนที่สองจะเริ่มต้น จากวงเงินที่เกินแปดสิบเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ซึ่งดอกเบี้ยจะแพงกว่าโลนแรกราวสองหรือสามเปอร์เซ็นต์

      ขณะนี้ดอกเบี้ยได้ลดลงเหลือ 5.125% และคาดว่าจะลดลงอีก

      ร่างกฎหมายที่ผ่านวุฒิสภานี้จะส่งไปยังสภาผู้แทนฯ อีกครั้งหนึ่งและคาดว่าจะผ่าน ซึ่งประธานาธิบดีบุจก็พร้อมที่จะเซ็นต์ ทันที

      ฉะนั้นหากท่านผู้ใดต้องการกู้เงินซื้อบ้านหรือรีไฟแนนซ์บ้าน ช่วงนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่ดอกเบี้ยลดลงต่ำและ วงเงินกู้สูงขึ้นเท่ากับค่าผ่อนบ้านลดลงมากด้วย

      ฉะนั้นหากท่านต้องการคำปรึกษา โปรดโทรศัพท์หาผมได้ที่ 323-948-0739 เบอร์ตรงที่ทำงานหรือมือถือ 626-533-1486

กลับด้านบน

 

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats