|
ขณะที่นายสมัคร สุนทรเวช ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่และได้แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นผมใคร่ขอตั้งข้อสังเกตบางประการ
อับดับแรก ในฐานะที่ผมได้เรียนมาทางสายการต่างประเทศโดยตรงแต่ไม่มีโอกาสทำงานทางด้านนี้ ใคร่ชี้แนะว่า เป้าหมายหลักและคุณสมบัติของรัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งมีความสำคัญมากรองจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือประธานาธิบดี
หากพูดถึงสหรัฐอเมริกาตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศก็เปรียบเสมือนเป็นมือขวาของประธานาธิบดี อีกทั้งอยู่ในอับดับที่ สี่ที่จะเข้ารับช่วงในตำแหน่งประธานาธิบดีได้ หากว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับประธานาธิบดีหรือรองประธานาธิบดีและประธานสภา ผู้แทนราษฏร และจะต้องเป็นที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดจากประธานาธิบดี เพราะต้องรับผิดชอบทางด้านการ เจรจราไกล่เกลี่ยและรักษาผลประโยชน์ความมั่นคงของประเทศเป็นเรื่องหลัก และรัฐมนตรีต่างประเทศต้องเป็น บุคคลที่เป็นที่ยอมรับของเจ้าหน้าที่หรือลูกหม้อของกระทรวงต่างประเทศสูง และจะต้องรักษาขวัญ (Morale) และกำลังใจของเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศได้เป็นอย่างดีด้วย
ในกรณีของสหรัฐฯ ประธานาธิบดีที่ยิ่งใหญ่แต่ละคนล้วนมีความเจนจัดในทางด้านต่างประเทศด้วย เช่น ประธานาธิบดี นิกสัน ประธานาธิบดีวู้ดโร วิลสัน ประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี.รูสเวลท์ และประธานาธิบดีเคนเนดี้ ซึ่งต่างเป็นประธานาธิบดีที่ เป็นที่ยอมรับและได้รับความเชื่อถือจากนานาประเทศสูง ก็เพราะท่านเหล่านั้นมีทักษะทางด้านการต่างประเทศรวมอยู่ในตัว ด้วย
อย่างเช่นประธานาธิบดีนิกสันได้ดร.คิสซิงเจอร์เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ประธานาธิบดีวิลสันได้มร.แลนซิ่ง เป็นมือขวา และมร.ดีน รัสค์เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศในสมัยของประธานาธิบดีเคนเนดี้ และประธานาธิบดี แฟรงคลิน ดี.รูสเวลท์มีมร.ฮัลล์เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ
วกมาถึงการที่นายสมัครแต่งตั้งนายนพดล ปัทมะเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ผมคิดว่ายังขาดความเหมาะสมในทุกๆ ด้าน เพราะว่าเป็นแค่หัวหน้าทนายที่ทำหน้าที่แก้ต่างของนายกทักษิณ แต่ไม่มีพื้นฐานเพียงพอทางด้านการต่างประเทศที่ควรจะ เป็น และขณะที่ประเทศไทยควรจะได้รัฐมนตรีต่างประเทศที่ต้องแก้ไขภาพพจน์ประเทศให้ดีขึ้น และจะต้องเป็นที่ยอมรับและ สร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่หรือลูกหม้อของกระทรวงต่างประเทศด้วย
ฉะนั้นนายนพดลเป็นแค่ตัวแทนและรักษาผลประโยชน์ของนายกทักษิณ แต่ไม่ได้เป็นตัวแทนที่แท้จริงที่จะ รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ
รัฐมนตรีชุดนี้ซึ่งนายสมัครควบตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม ทั้งนี้กระทรวงกลาโหมเป็น ขุมอำนาจโดยตรง ดูประหนึ่งว่านายกทักษิณอาจจะต้องการทราบความเคลื่อนไหวของเหล่าทัพ และไม่ต้องการ ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำร้อยขึ้นอีก และอาจจะมีการเช็คบิลกันก็ได้
นอกจากนั้นผมใคร่ขอตั้งข้อสังเกตในประเด็นอื่นๆ อีกด้วย ประการแรก ล่าสุดความพยายามหลีกเลี่ยงนักข่าวของนาย สมัคร สุนทรเวชนับว่าเป็นเรื่องแปลก ซึ่งนักข่าวเองก็ต้องการทำข่าว แต่ปรากฏว่านายสมัครพยายามหลีกเลี่ยงนักข่าว ซึ่ง เท่ากับว่าทีมของนายสมัครขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดี
ผู้นำที่ดีจำต้องยินดีต้อนรับคำวิพากวิจารณ์จากสื่อมวลชนและประชาชน ผู้นำที่เก่งจำต้องรับฟังคำตำหนิจากฝ่ายศัตรู ผู้นำที่ดีจำต้องเข้าใจถึงความรู้สึกของประชาชนทั่วประเทศ เพราะนั่นถือว่าเป็นปรอทของสังคม
การติดตามของนักข่าวอย่างใกล้ชิดทุกฝีก้าวของนายสมัครนั้นดูประหนึ่งเหมือนกับฝูงนักข่าวปาปาราซซี่ (Paparazzi) ติดตามดารานักแสดงภาพยนตร์หรือนักบันเทิง แต่ในเมื่อนายสมัครเป็นผู้นำของประเทศที่ทีมของนายสมัครเองต้องเป็นฝ่าย วางกฎเกณฑ์ขึ้น เพื่อให้ฝ่ายสื่อมวลชนสามารถทำข่าวได้โดยที่ทั้งสองฝ่ายต่างเคารพซึ่งกันและกัน
และครั้งที่ผมได้เข้าเรียนปีหนึ่งที่ Pepperdine University ศาสตราจารย์ดร.พอนเนลล์ หัวหน้าแผนกรัฐศาสตร์ได้ อธิบายไว้ว่า หากเราเป็นนักการเมืองเราต้องหาทางหลีกเลี่ยงการเป็นศัตรูกับหนังสือพิมพ์ และยังย้ำว่าแม้ว่าหนังสือพิมพ์นั้นมี ความหนาแค่แผ่นกระดาษแผ่นเดียวก็ตาม เราไม่ควรตั้งตัวเป็นศัตรูเด็ดขาด
ประการที่สอง นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนฯ กำลังถูกสอบสวนจากคณะกรรมการกกต.อยู่ เนื่องจากที่ นายยงยุทธอาจถูกใบแดงจากผลการเลือกตั้ง และหากพบว่ามีความผิดจริงปัญหาของพรรคพลังประชาชนก็จะตามมา และ อาจจะสร้างความสั่นคลอนกับรัฐบาลชุดใหม่
ประการที่สาม นายสมัครเขียนหนังสือชื่อ รัฐธรรมนวยหัวคูณ ซึ่งเป็นสิทธิของนายสมัครที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ แต่ดูเหมือนว่านายสมัตรต้องการแก้รัฐธรรมนูญปัจจุบันที่เขาไม่เห็นด้วยและอาจจะสร้างความขัดแย้งตามมาด้วย
ประการที่สี่ เป็นที่น่าสนใจว่าขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังเงียบผิดปกติอยู่ ซึ่งคนทั่วไปไม่ค่อยตื่นเต้นยินดียินร้ายกับรัฐบาล ชุดใหม่แต่อย่างใด อีกทั้งเศรษฐกิจในประเทศกำลังซบเซาและราคาสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคพุ่งขึ้นสูงผิดปกติ ฉะนั้นคน ทั่วไปต่างมุ่งคำนึงถึงเรื่องปากเรื่องท้องเป็นเรื่องหลัก แต่คิดว่าทุกฝ่ายกำลังจับตามองอยู่ว่ารัฐบาลจะฟอร์มรัฐบาลแบบไหน และจะแก้ปัญหาต่างๆ อย่างไรบ้าง และขอให้รมว.คลัง นพ.สุรพงษ์ สืบวงค์ลี ซึ่งไม่มีพื้นฐานความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์และ การเงินที่จะสามารถสั่งยารักษาโรคเศรษฐกิจได้ด้วย
การที่คนในกรุงเทพฯ กลับเงียบโดยที่ไม่ได้แสดงปฏิกริยาอะไรออกมานับว่าอันตรายที่สุด เพราะความสงบไม่ได้สยบ ความเคลื่อนไหวเสมอไป อีกทั้งในอดีตคนในกรุงเทพฯ เป็นตัวแปรการเมืองสำคัญที่ทำให้เสถียรภาพคลอนแคลนและนำไป สู่การเปลี่ยนแปลงในที่สุด
ประการที่ห้า ความตั้งใจของนายสมัครที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมกับอดีตนักการเมืองของพรรคไทยรักไทย 111 คน ก็อาจจะเป็นปัญหาสำคัญอีกปัญหาหนึ่งที่อาจจะสร้างความขัดแย้งในสังคมได้ง่าย
และเป็นที่น่าสังเกตอีกว่าการที่คมช.ตัดสิทธิ 111 คนออกไปนั้น ที่ได้คาดว่าคงจะตัดหนทางไม่ให้พรรคไทยรักไทย กลับอีกแล้ว แต่เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าคมช.คาดการณ์ผิดคาด และคงจะมีความผิดหวังอย่างสูงอยู่ขณะนี้
ประการที่หก แผนการกลับสู่เมืองไทยของนายกทักษิณก็จะกลายเป็นปัญหาหลักของรัฐบาลชุดใหม่อีกด้วย และแม้ว่า พล.อ.สนธิได้แถลงว่าตนกับนายกทักษิณได้คุยกันและบอกว่าไม่มีอะไรเป็นพี่เป็นน้องกัน แต่นั่นเป็นการตกลงของบุคคลสอง คน แต่เราต้องคำนึงถึงความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปด้วย
ประการที่เจ็ด การที่รัฐมนตรีบางคนเป็นภรรยาของอดีตนักการเมืองในกลุ่ม 111 คนที่หมดสิทธิไป ดูเหมือนว่าเป็นสิ่ง ที่ไม่เหมาะสม และกลายเป็นว่าการเล่นการเมืองได้กลายเป็นธุรกิจของครอบครัวไปเสียแล้วด้วย
ประการที่แปด ขณะนี้ฝ่ายทหารได้วางมือให้กับรัฐบาลชุดใหม่โดยกลับเข้ากรมกองแล้ว แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า ทหารได้ทิ้งมือเรื่องการเมือง แต่ยังคงเฝ้าจับตามองไปที่รัฐบาลปัจจุบันด้วย และหากเห็นว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันทำอะไรขัด ผลประโยชน์กับพวกตน ฝ่ายทหารก็คงจะดำเนินการตามเป้าหมายของตนอีกครั้งโดยลากรถถังออกมาให้ประชาชนได้เห็นอีก
หากดูพฤติกรรมต่างๆ ของนายสมัครที่ผ่านมากับชีวิตการเมือง นายสมัครดูเหมือนจะเป็นคนชอบพูดก้าวร้าว และหากมีอำนาจอยู่ในมือในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้วนายสมัครอาจจะดำเนินการต่างๆ ตามแนวความคิดของ ตน ที่อาจจะไม่เป็นที่พอใจกับคนส่วนใหญ่หรือฝ่ายทหารได้โดยง่าย หรืออาจจะเป็นนักเผด็จการก็ได้
ทั้งนี้ทั้งนั้นปัญหาต่างๆ ที่ได้กล่าวมาทั้งหมดแปดประการข้างต้นล้วนแต่เป็นปัญหาหนักๆ ทั้งสิ้น และอาจจะ เป็นคลื่นใต้น้ำที่จะกลายเป็นมรสุมการเมือง ที่จะนำไปสู่การเปลื่ยนแปลงการเมืองของเมืองไทยได้ง่ายในอนาคต อันสั้นนี้
และในเมื่อนายสมัครมีจมูกเป็นสัญลักษณ์พิเศษประจำตัวอยู่แล้ว ก็ควรจะใช้ความสามารถพิเศษของจมูกใน การดมกลิ่นปรอทการเมืองและสังคมด้วย ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
|