|
ก่อนหน้านี้ผมตั้งใจจะรายงานให้ท่านผู้อ่านทราบเกี่ยวกับการเมืองในสหรัฐฯ ไปเรื่อยๆ แต่เห็นว่าขณะนี้เรา ทุกคนเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจปัญหาเรื่องปากเรื่องท้องกันอย่างหนัก ฉะนั้นผมขอเขียนปัญหาเศรษฐกิจที่เรา ทุกคนกำลังกระทบกระเทือนกันอยู่แทบจะทุกคน
เนื่องจากขณะนี้สภาวะเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก ซึ่งเปรียบเสมือนสงครามโลกที่เกิดขึ้นจากกระสุนเพียง นัดเดียวของนักศึกษาเซอร์เบีย ที่ยิงทายาทของกษัตริย์ออสเตรียเสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 1914 ซึ่งทันทีที่เหตุการณ์ นั้นเกิดขึ้น สถานการณ์การเมืองกลับตึงเครียดและได้นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และสหรัฐอเมริกาเข้าไปร่วมพัวพันด้วย สองปีหกเดือนต่อมา ซึ่งสงครามครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตร่วมยี่สิบล้านคนและบาดเจ็บอีกสี่สิบล้านคน
แต่สงครามเศรษฐกิจครั้งนี้อาจจะไม่มีผู้เสียชีวิตมากขนาดนั้น แต่ได้สร้างความปวดร้าวกับความเป็นอยู่และเสียหายกับ ทางเศรษฐกิจมหาศาล ฉะนั้นภาวะเศรษฐกิจของอเมริกาที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันก็ไม่แตกแต่งอะไรกับกระสุนนัดแรกที่ระเบิด ขึ้นเมื่อปี 1914 แต่ปัญหาขณะนี้เป็นปัญหาเศรษฐกิจเท่านั้นเอง ซึ่งตอนแรกๆ ได้เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาเพียงแห่งเดียว แต่ เมื่อวันจันทร์ที่ 21 มกราคมนี้ได้เป็นประจักษ์แล้วว่าสงครามเศรษฐกิจครั้งนี้ได้แพร่ระบาดไปทั่วโลก ที่ทำให้หุ้นในตลาด หลักทรัพย์ตกฮวบทุกมุมโลก
เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าในปัจจุบันอะไรที่เกิดขึ้นในอเมริกาก็จะมีผลกระทบไปทุกส่วนของโลก ซึ่งปัจจุบันการค้าระหว่าง ประเทศไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในแถบของแต่ละส่วนของโลก แต่จะมีผลกระทบไปทุกส่วนของโลก และยิ่งสหรัฐฯเป็นประเทศ มหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกในขณะนี้ ดังนั้นอะไรที่เกิดขึ้นในอเมริกาย่อมมีผลทั้งทางตรงและทางอ้อมกับทุกส่วนของ โลก ดังจะเห็นว่าการลงทุนของอเมริกาได้กระจายไปทุกมุมโลกตั้งแต่ธุรกิจเล็กไปยังธุรกิจใหญ่ สินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค แทบทุกอย่างที่เราใช้ในอเมริกาต่างผลิตหรือทำในต่างประเทศเสียส่วนใหญ่
ตอนเริ่มแรกที่เศรษฐกิจของอเมริกันเริ่มซบเซานั้น คนส่วนใหญ่ต่างคิดมุ่งไปที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก เนื่องจาก ลูกค้าไม่สามารถผ่อนบ้านได้ และทำให้ธนาคารและสถาบันการเงินหลายร้อยแห่งจำต้องปิดกิจการไป
ส่วนธนาคารที่ยังทรงตัวอยู่ได้ขณะนี้ต้องประสบกับการขาดทุนอย่างย่อยยับ ดังจะเห็นว่าแต่ก่อนเราจะได้รับรายงานว่า ธนาคารแต่ละแห่งต้องประสบการขาดทุนหลายสิบพันล้าน และแม้แต่ธนาคารซิตี้ซึ่งใหญ่ที่สุดของอเมริกาก็ขาดทุน อย่างมหาศาล และได้แทงหนี้สูญร่วมยี่สิบพันล้านเหรียญ และยังปรากฏอีกว่างบดุลของซิตี้แบงค์ติดลบด้วยซ้ำ ไป และยังต้องปลดคนงานสองหมื่นกว่าคนและแบงค์อเมริกาที่ใหญ่อันดับสองของอเมริกาก็ขาดทุนเช่นกัน และ ทำนองเดียวกับ Wells Fargo Bank หรือ Wachovia Bank ที่ใหญ่เป็นอับดับสี่ของอเมริกา
สำหรับ Countrywide ที่เป็นสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกาเกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อด้านอสังหาริมทรัพย์ แทบจะเอาตัวไม่รอด ซึ่งท้ายที่สุดธนาคารอเมริกาก็เข้าไปซื้อกิจการไปด้วยความช่วยเหลือจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งทั้งนี้ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่สามารถจะปล่อยให้ Countrywide ล้มละลายได้ เพราะต้องการรักษาความมั่นใจกับสถาบัน การเงินไว้
เนื่องจากธุรกิจการเงินการธนาคารต้องประสบกับปัญหาการขาดทุนสูง ก็ย่อมส่งผลกระทบไปยังธุรกิจทุกประเภทด้วย ค่าดอลล่าร์ก็ลดลง คนว่างงานก็เพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันก็สูงขึ้นและรัฐบาลสหรัฐฯ ยังต้องแบกภาวะสงครามอิรักสูง
การแพร่เชื้อโรคเศรษฐกิจได้แพร่ไปยังอุตสาหกรรมทุกประเภท รวมทั้งอุตสาหกรรมการผลิตและขายส่งและขายปลีก แปลว่าเดือดร้อนกันไปหมดทุกอุตสาหกรรม
ตลาดหลักทรัพย์ที่หุ้นตกห้าวันรวด แต่ที่ตลาดหลักทรัพย์ของดาวโจนส์ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวันพุธและวันพฤหัสที่ 23-24 มกราคมนี้ ก็คิดว่าเป็นแค่ชั่วคราวเท่านั้นเอง
อุตสาหกรรมบอนด์ (Bond) ประเภทที่ประกันสินเชื่อและโลนให้กับแบงค์และนักลงทุนโดยเฉพาะด้านอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ที่มีความเสี่ยงน้อยมากที่โอกาสบริษัทประกันนี้จะเสียค่าเสียหายให้กับลูกค้ามีน้อยมาก คือมีความ เสี่ยงหนึ่งต่อหนึ่งหมื่น แต่ขณะนี้กลับเผชิญปัญหาเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นเดียวกับบริษัทบอนด์ยักษ์ใหญ่สองแห่งของอเมริกา ที่ถูกกระสุนด้านเศรษฐกิจอีกนัดหนึ่งด้วยเช่นกัน
สองบริษัทยักษ์ใหญ่นี้คือบริษัท MBIA และบริษัท Ambac ซึ่งมีข่าวที่ได้รายงานในหนังสือพิมพ์นิวยอร์ค ไทม์ เมื่อวันพฤหัสที่ 24 มกราคมนี้ว่า บริษัททั้งสองนี้อาจจะไม่มีเงินเพียงพอที่จะจ่ายให้กับธนาคารและนักลงทุน ได้ หากสินเชื่อและโลนที่บริษัทอินชัวรันส์สองยักษ์ใหญ่ออกใบประกันไว้หากว่าลูกหนี้ไม่สามารถผ่อนหนี้ได้ ซึ่งก็หมายความว่าจะทำให้แบงค์ทั้งหลายและบริษัทกองทุนเกษียรต่างๆ ต้องประสบกับการขาดทุนมหาศาล อีกทั้งในขณะนี้สองบริษัทยักษ์นี้ต้องการเงินสำรองอย่างน้อยสิบห้าถึงยี่สิบพันล้านเหรียญ และหากว่าบริษัทใด บริษัทหนึ่งของสองยักษ์ใหญ่มีปัญหาเกิดขึ้น ก็จะกลายเป็นปัญหาลูกโซ่ขยายไปยังบริษัทบอนด์อื่นๆ รวมทั้ง รัฐบาลท้องถิ่นที่ประกันเงินกู้จากบริษัทบอนด์เหล่านี้ด้วย และอาจจะทำให้โครงการต่างๆ ของรัฐต่างๆ และรัฐบาล ท้องถิ่นมีปัญหาที่จะดำเนินโครงการสำคัญๆ ด้วยตาม
การเปลี่ยนในอเมริกาและเศรษฐกิจโลกได้ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละเล็กละน้อย ฝ่ายรัฐบาลและนักการเมืองในสภา คองเกรสอาจจะไม่ทราบถึงความเดือดร้อนจริงๆ ของคนทั่วไป เพราะบุคคลอิทธิพลเหล่านั้นไม่ได้สัมผัสปัญหาความเดือดร้อน ที่แท้จริง เพราะเขาเหล่านั้นอยู่ห่างไกลกับความเป็นจริงของคนอเมริกันทั่วไป และพวกเราทุกคนหรือไม่ฝ่ายกำหนดและ วางนโยบายของประเทศเหล่านั้นได้ปฏิเสธภาวะความเป็นจริง โดยบอกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปอย่างปกติ
จากรายงานของหนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทม์เมื่อเร็วๆ นี้ได้รายงานว่า บัดนี้คนอเมริกันถึงเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นบอกว่า นโยบายของรัฐบาลกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นการเดินผิดทาง แต่ประธานาธิบดีบุชและนักการเมืองสภาคองเกรส เมื่อวันพฤหัสที่ 24 มกราคมนี้ ได้ตกลงที่จะจ่ายเงินให้ผู้ที่ได้ยื่นภาษีเมื่อปีกลายสามพันเหรียญขึ้นไป จะได้รับเงิน อย่างน้อยสามร้อยเหรียญถึงหกร้อยเหรียญสำหรับบุคคลคนเดียว และถึงหนึ่งพันสองร้อยเหรียญสำหรับผู้ที่ แต่งงาน และลูกแต่ละคนจะได้รับอีกคนละสามร้อยเหรียญ โปรแกรมกระตุ้นเศรษฐกิจนี้รัฐบาลจะฉีดเงินออกสู่ ระบบประมาณ 145-150 พันล้านเหรียญ ซึ่งเมื่อก่อนกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะให้เงินเฉพาะผู้ที่เสียภาษีเมื่อ ปีก่อนที่มีรายได้ 45,000 เหรียญขึ้นไปเท่านั้น
แต่เมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักเข้า ฝ่ายทำเนียบขาวและสมาชิกพรรครีพับลิคันในสภาได้ยอมประนีประนอม แต่เมื่อ วิเคราะห์ดูแล้วเงินที่คนอเมริกันและพวกเราจะได้รับแต่ละคนนับว่าน้อยมาก และเปรียบเสมือนการปิดปากแผลใหญ่ด้วยผ้า พันแผลไปก่อนเท่านั้น ซึ่งไม่ได้แก้ปัญหาวิกฤติของสงครามเศรษฐกิจในระยะยาวแต่อย่างใด ซึ่งเงินที่คนทั่วไปจะได้ก็เป็นค่า ใช้จ่ายค่าน้ำค่าไฟได้อย่างเดียว แต่ปัญหาผ่อนบ้านที่ทางธนาคารกำลังจะยึดบ้านอยู่ขณะนี้ก็คงจะเป็นปัญหาหลักอยู่ต่อไป
ส่วนการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง .75% เมื่อวันอังคารนี้ก็จะไม่มีผลอะไรกับคนทั่วไป แต่จะเป็นผลดีกับ วงการธนาคารและนักลงทุน ส่วนการลดดอกเบี้ยครั้งนี้จะแค่เพิ่มความมั่นใจกับนักลงทุนและศูนย์การเงินในกรุงนิวยอร์คได้ไป ระยะหนึ่ง แต่ผลได้กับผู้ที่ต้องการซื้อบ้านหรือรีไฟแนนท์บ้านก็คงจะมีขึ้นอย่างน้อยก็หนึ่งเดือนข้างหน้าอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังโปรแกรมกู้เงินซื้อบ้านที่กำลังกลับมาเป็นนิยมอีกครั้งหนึ่ง คือโปรแกรม FHA ที่ย่อมาจาก Federal housing Authority ซึ่งโปรแกรมนี้ทางรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นฝ่ายค้ำประกันให้กับธนาคารและสถาบันการเงิน หากว่า ฝ่ายปล่อยสินเชื่อปฏิบัติตามกฎที่ทางรัฐบาลวางไว้
ฉะนั้นผู้ที่ต้องการซื้อบ้านเป็นของตัวเองก็จะเป็นโอกาสดีขณะนี้ในโปรแกรมดังกล่าว ซึ่งมีผลดีหลายอย่างด้วยกัน คือ เงินดาวน์เพียงสามเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเงินดาวน์นี้อาจจะยืมจากญาติพี่น้องมาก็ได้ และไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงคะแนนเครดิต แต่ต้องมีงานทำติดต่อกันมาอย่างน้อยสามปี และมีหลักฐานเสียภาษีด้วย แต่ข้อเสียก็คือวงเงินกู้น้อยมากคือแค่ 360,000 เหรียญ ซึ่งอาจจะเป็นการยากที่เราจะซื้อบ้านในราคานี้ได้ในขณะนี้ โดยเฉพาะในเขตนครลอสแองเจลิสและเมืองใกล้เคียง แต่ผู้ที่ต้องการอยู่นอกเมืองนั้นก็จะเป็นโอกาสดีมากทีเดียว และคาดว่าอีกไม่ช้าทางสภาคองเกรสคงจะอนุมัติเพิ่มวงเงินกู้ใน โปรแกรมนี้เป็น 417,000 เหรียญ และผมจะรายงานให้ทราบต่อไป
สำหรับผู้ที่สนใจกู้เงินซื้อบ้านในโปรแกรมนี้และโปรแกรมอื่นๆ ที่ดอกเบี้ยลงต่ำขณะนี้ 5.125% เป็น โปรแกรมเงินกู้สามสิบปี และคะแนนเครดิต 680 คะแนนขึ้นไป โปรดโทรศัพท์ปรึกษาผมได้ฟรีที่เบอร์ตรง 323-948-0739 หรือมือถือ 626-533-1486
|