HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2551 11:03 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
















หน้าแรกสยามมีเดีย | บ้านเขา บ้านเรา
สงครามอวกาศ
โดย สยามมีเดีย นิวส์

23 พฤศจิกายน 2550

                ในช่วงสงครามเย็น สหภาพโซเวียตรัสเซียและสหรัฐอเมริกาเป็นแค่สองอภิมหาอำนาจที่ผูกขาด ด้านอวกาศ ซึ่งในยุคนั้นโลกการเมืองถูกแบ่งออกเป็นสองค่ายการเมือง คือค่ายสังคมนิยมซึ่งสหภาพโซเวียต รัสเซียเป็นฝ่ายครอบงำ และสหรัฐฯ เป็นฝ่ายนำค่ายโลกเสรี

                ในช่วงสงครามเย็นทั้งสหภาพโซเวียตรัสเซียและสหรัฐฯ ต่างโฆษณาชวนเชื่อโจมตีซึ่งกันและกัน เพื่อแย่ง ประเทศต่างๆ ให้เข้าไปอยู่ในค่ายของตน ซึ่งนับว่านโยบายอวกาศเป็นนโยบายต่างประเทศที่สำคัญยิ่ง และเป็นเครื่องมือของ ทั้งสองฝ่ายกับการรักษาผลประโยชน์ของตนในทุกแง่ทุกมุม

                มาบัดนี้รัสเซียได้อ่อนตัวลง และ จีน กำลังก้าวขึ้นมาแทนที่ที่กำลังท้าทายความแข็งแกร่งในทุกๆ ด้านของ สหรัฐฯ ซึ่งทุกมุมโลกกำลังจับตามองอยู่ว่าจีนจะสามารถก้าวทันสหรัฐฯ หรือไม่ ซึ่งเมื่อปี 2003 จีนได้ส่งมนุษย์อวกาศได้ สำเร็จเป็นครั้งแรก และเมื่อเดือนตุลาคมปีกลายจีนได้ประสบกับความสำเร็จกับโครงการยานอวกาศ

                อินเดีย เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ทุกฝ่ายกำลังจับตามองอยู่เช่นกัน ซึ่งเมื่อเดือนเมษายนศกนี้อินเดียได้ทดสอบ ขีปนาวุธเป็นผลสำเร็จ ที่มีขีดความสามารถยิงขีปนาวุธไปยังประเทศทุกประเทศในเอเชียรวมทั้งตะวันออกกลางได้ด้วย

                ส่วน ญี่ปุ่น นั้นได้สามารถปล่อยดาวเทียวที่สามารถตรวจสอบดูแลความเคลื่อนไหวต่างๆ ในโลกได้ อีกทั้งญี่ปุ่น ได้ก้าวหน้ากว่าจีนอีกระดับหนึ่งในด้านสร้างหุ่นยนต์ที่สลับซับซ้อนกับการใช้งานได้ในทุกรูปแบบ และญี่ปุ่นก้าวหน้าสูงกับการ สำรวจในท้องทะเลลึกและมหาสมุทรได้สูงมากเป็นพิเศษ สำหรับ เกาหลีใต้ นั้นก็กำลังเร่งรีบโครงการอวกาศเช่นกัน ส่วน มาเลเซีย ก็กำลังเริ่มโครงการอวกาศทำนองเดียวกัน

                แม้ว่าจีนจะประสบความสำเร็จในด้านอวกาศแล้วก็ตามแต่จีนไม่ได้แสดงท่าทีโอ้อวดความสำเร็จแต่อย่างใด แต่ต้องการเป็น เสือซุ่ม ที่น่าเกรงกลัวที่สุด

                การที่จีนประสบความสำเร็จนี้ ทางวงการนักวิทยาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญทางด้านยานอวกาศของสหรัฐฯ รู้สึก ห่วงใยกับยานอวกาศของจีนสูง ที่ได้ตั้งข้อสังเกตว่ายานอวกาศจีนจะเข้าขัดขวางแทรกแซงกับการปฏิบัติการของยานอวกาศ ของสหรัฐฯ และหากยานอวกาศของจีนเข้าไปเป็นอุปสรรคขัดขวางกับการปฏิบัติงานของยานอวกาศของสหรัฐฯ ก็อาจจะ ทำให้สหรัฐฯ และจีนมีความตึงเครียดขัดแย้งทางการเมืองได้

                ในด้านบวกของญี่ปุ่นและอินเดียนั้น ก็คือว่าสองประเทศนี้ได้รับความช่วยเหลือและร่วมมือจากสหรัฐฯ อย่างใกล้ ชิด ทำนองเดียวกับเกาหลีใต้และมาเลเซีย

                ความสำเร็จทางด้านอวกาศของประเทศเหล่านี้ มีผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมหรือผลพลอย ได้อย่างมหาศาล

                ประธานาธิบดีเคนเนดี้นับว่าเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลที่ได้สร้างองค์กรอวกาศ (NASA) ขึ้นมา ที่ได้ระดม นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของประเทศ และจากต่างประเทศที่ได้จัดตั้งโครงการอวกาศขึ้นมา เพื่อต้องการให้สหรัฐฯ ก้าวทัน โครงการอวกาศของสหภาพรัสเซีย ที่ได้เป็นประเทศบุกเบิกโครงการอวกาศมาก่อน อีกทั้งประธานาธิบดีเคนเนดี้ได้สั่งการ ให้มีการปฏิรูปโครงสร้างระบบการศึกษาใหม่ ที่ได้แถลงเร่งเร้าปลุกใจให้คนอเมริกันและคนรุ่นใหม่ให้หันไปศึกษาด้าน วิทยาศาสตร์และวิชาคำนวณมากขึ้น ซึ่งประธานาธิบดีเคนเนดี้เน้นว่าหากคนอเมริกันทุกเพศทุกวัยมีทักษะเรียนรู้ด้าน วิทยาศาสตร์และวิชาคณิตศาสตร์ ก็จะทำให้คุณภาพความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น และจะสามารถแข่งขันกับนานาชาติ ในอนาคตได้ ซึ่งเป็นผลให้คนอเมริกันทั่วไปขานรับอย่างแข็งขันกับวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดีเคนเนดี้ และเป็นที่ยอมรับกัน ทั่วไปว่าประธานาธิบดีเคนเนดี้เป็นผู้นำที่ทันสมัยมีวิสัยทัศน์ไกล ที่หาผู้นำคนอื่นๆ ของโลกเปรียบเทียบได้ยาก

                โครงการยานอวกาศมีผลประโยชน์ทางตรงและทางอ้อมที่เราได้ประจักษ์กันทุกวันนี้

                ผลประโยชน์ทางตรง ได้แก่ การวิวัฒนาการทางด้านคมนาคมและความรวดเร็วปลอดภัยทางด้านการสื่อสาร สิ่งประกอบและอุปกรณ์สร้างเครื่องบินให้มีน้ำหนักน้อยลง และสามารถบินได้อย่างรวดเร็วขึ้น อีกทั้งการจัดตารางขึ้นลงของ เครื่องบินปลอดภัยสูงขึ้น และได้ลดความล่าช้าของการบินลงไปมาก

                การเก็บและส่งข้อมูลก็เป็นผลประโยชน์ทางตรงอย่างมหาศาลเช่นกัน อย่างเช่นสมัยก่อนหนังสือพิมพ์รายวัน จะต้องมีรถบรรทุกจำนวนมหาศาล เพื่อการขนส่งหนังสือพิมพ์ที่พิมพ์เสร็จแล้วไปส่งจำหน่ายตามจุดต่างๆ ของประเทศ แต่ ปัจจุบันหน่วยจัดทำหนังสือพิมพ์จะตั้งอยู่จุดหนึ่งของประเทศ แต่จะสร้างโรงพิมพ์ตามจุดต่างๆ ของประเทศ และทันทีที่ทาง ศูนย์ฝ่ายผลิตจัดเล่มเสร็จก็จะส่งสั่งการไปให้โรงพิมพ์ตามจุดต่างๆ พิมพ์ได้ทันที และส่งจำหน่ายได้อย่างรวดเร็ว และตัดค่า โสหุ้ยได้สูงอย่างมหาศาล

                สมัยก่อนการรู้ข่าวสารต่างๆ เราต้องรอรับข่าวสารเป็นเวลานาน แต่ในปัจจุบันเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในส่วนไหน ของโลกเราจะทราบได้ทันท่วงที

                สมัยก่อนการรับข่าวสารจากเมืองไทยเป็นเรื่องลำบาก แต่ในปัจจุบันเราสามารถทราบความเป็นไปในเมือง ไทยเท่าๆ กับคนไทยที่อยู่ในประเทศไทย การส่งเมลหรือวีดีโอหรือภาพและกระทั่งเพลงทางเน็ต หรือกระทั่งการติดต่อทาง โทรศัพท์กับญาติพี่น้องได้กลายเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากโครงการอวกาศทั้งสิ้น

                หน่วยข่าวกรองที่ทันสมัยของแต่ละรัฐบาลสามารถดักฟังและเก็บข้อมูลของฝ่ายศัตรูได้ทุกซอกทุกมุม และ ประเทศที่มีโครงการอวกาศทันสมัยก็สามารถทราบและล่วงรู้ความลับของประเทศอื่นๆ ได้อย่างเบ็ดเสร็จ ที่เปรียบเสมือนว่า ประเทศนั้นมีหน่วยตาทิพย์บนอวกาศ ที่สามารถเก็บและส่งข้อมูลให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบได้อย่างถูกต้อง แน่นอน แม่นยำ ซึ่งรวมทั้งมีผลประโยชน์ทางอ้อมกับการทราบความเคลื่อนไหวของการเคลื่อนย้ายทางทหารของฝ่ายศัตรูได้ด้วย

                โครงการอวกาศได้เป็นตัวเสริมสร้างอุตสาหกรรมต่างๆ ใหม่ๆ ขึ้นมากมาย เช่น การผลิตรถยนต์เครื่องผ่อนแรง อุตสาหกรรมด้านโทรคมนาคมกำลังก้าวไปไกล ที่พนักงานบางคนไม่จำเป็นต้องเดินทางออกจากบ้านในการทำงาน และสิ่ง ประกอบอุปกรณ์สร้างคอมพิวเตอร์ง่ายขึ้น และความเร็วการปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์สูงขึ้นเป็นต้น

                ผลประโยชน์ทางอ้อม ก็มีมากมายเช่นกัน ดังเช่นระบบการกรองน้ำดื่มสะอาดและปลอดภัยขึ้น การแพทย์ ได้ก้าวไปไกลดังเช่นการตรวจตำแหน่งของมะเร็งที่เต้านมทำได้อย่างแม่นยำ การผลิตรถยนต์และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ด้วยหุ่นยนต์ ก็มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง การทำนายการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศก็แม่นยำขึ้น การค้นคว้าหาแหล่งทรัพยากร ตามจุดต่างๆ ของโลกง่ายขึ้นและประหยัดลง การผลิตสินค้าด้านการเกษตรมีคุณภาพสูงขึ้นและใช้คนงานน้อยลง

                ความก้าวหน้าทางด้านอวกาศนี้เกิดขึ้นมาจากการมีวิสัยทัศน์ของผู้นำของประเทศ ที่เป็นฝ่ายกำหนดทิศทาง ของประเทศที่ผู้นำของสหรัฐฯ รัสเซีย เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น อินเดียหรือมาเลเซีย ต่างได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศ และความมั่นคงของชาติเป็นหลัก

                ส่วนการปกครองของ ประเทศไทย ตามระบอบประชาธิปไตยในช่วงเจ็ดสิบกว่าปีที่ผ่านมานับว่าไม่ได้ก้าว ไปไกลมาก เพราะว่าเราไม่มีผู้นำประเทศคนใดที่เราพอจะมีความรู้สึกภาคภูมิใจมากเท่าที่ควร ที่ไม่เหมือนกับผู้นำของ ประเทศชาติอื่นๆ หรือแม้กระทั่งเวียดนามก็กำลังก้าวแซงหน้าไทย ทั้งๆ ที่เขาได้เสียเวลาไปหลายสิบปีกับสงคราม และ สิงคโปร์ที่ขาดทรัพยากรธรรมชาติ แต่ผู้นำของเขาได้มุ่งพัฒนาทรัพยากรคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                นักการเมืองไทยที่กำลังหาเสียงกันขณะนี้เปรียบประหนึ่งเป็นนักเล่านิทานหลอกหลอนประชาชน ประหนึ่งเป็น เหล้าเก่าในขวดใหม่ นักการเมืองของไทยขาดทักษะความรู้ด้านพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจ ขาดทักษะด้านโครงสร้างการ ศึกษาซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาคุณภาพของประชาชน ขาดทักษะด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ และขาดทักษะด้านการต่าง ประเทศ อีกทั้งขาดทักษะด้านการสื่อสารกับชาวต่างชาติ และขาดทักษะในการนำบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถสูงที่ รัฐบาลได้ให้ทุนไปศึกษาตามมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ ของโลกเข้ามาร่วมบริหารประเทศ และที่สำคัญที่สุดผู้นำของไทย ขาดวิสัยทัศน์กว้างไกล

                อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเราโชคดีที่ยังมีในหลวง ที่พระองค์ทรงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของ ประชากรชาวไทย ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งขึ้นเพื่อเป็นมิ่งขวัญของประชาชนชาวไทยตลอดกาล

กลับด้านบน

 

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats