HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2551 11:46 น.
 
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกรกิจ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
















 

หน้าแรกสยามมีเดีย | บ้านเขา บ้านเรา
คลื่นมรสุมเศรษฐกิจลูกใหม่ของอเมริกา
โดย สยามมีเดีย นิวส์

2 พฤศจิกายน 2550

          เมื่อวันพุธนี้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ลดดอกเบี้ยให้ธนาคารพาณิชย์อีกจุดสองห้าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งได้ส่ง ผลกระทบทั้งบวกและผลลบกับเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในบางส่วน

          ประการแรก ทันทีที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศลดดอกเบี้ยลง ทำให้หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของอเมริกาเพิ่มสูง ขึ้นทันที เช่นดัชนีของดาวโจนห์เพิ่ม 137 จุด คือเพิ่มเป็น 13,930.01 หรือเท่ากับเพิ่มขึ้นหนึ่งเปอร์เซ็นต์ ส่วนดัชนี Standard & Poor’s 500 เพิ่มสูงขึ้น 1.2% สำหรับดัชนี Nasdaq เพิ่มสูงขึ้น 1.5% ซึ่งเป็นแค่สร้างความพอใจให้กับวงการ ธุรกิจและนักลงทุนในระยะสั้นเท่านั้น

          ประการที่สอง เป้าหมายของการลดเบี้ยครั้งนี้ ทางธนาคารกลางต้องการไม่ให้เศรษฐกิชลอตัวลงไปมากกว่าที่ กำลังซบเซาอยู่ในขณะนี้ เพราะอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบคลุมและกระทบไปเกือบทุกๆด้าน

          เราอย่าลืมว่าอุตสาหกรรรมอสังหาริมทรัพย์เปรียบเสมือนเป็นอุตสาหกรรมกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจอเมริกา เพราะว่าอุตสาหกรรมนี้มีส่วนพัวพันกับความเป็นอยู่ของคนอเมริกันทุกวันและทุกชีวิต ทั้งนี้เราจะเห็นว่าผู้ที่มีบ้านเป็นของ ตนเองอย่างน้อยเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ล้วนเป็นหนี้ธนาคารหรือสถาบันการเงินทั้งสิ้น และหากว่าคนอเมริกันต้องการจะได้เงิน ใช้จ่ายในเกือบทุกๆ ด้าน ก็มักจะหันไปรีไฟแนนท์บ้านไม่ว่าจะซ่อมแซมบ้าน เสียค่าเล่าเรียนให้ลูกหลาน ซื้อรถคันใหม่ หรือแม้กระทั่งไปพักผ่อน ทั้งนี้เพราะว่าคนอเมริกันไม่ใช่เป็นนักประหยัดเหมือนคนชาติอื่น

          การลดดอกเบี้ยย่อมจะส่งผลบวกให้ลูกค้าธนาคารเพียงบางส่วนที่จะสามารถผ่อนบ้านได้ถูกลง แทนที่จะปล่อยให้ ธนาคารยึดบ้านไป โดยเฉพาะผู้ที่กู้ซื้อบ้านที่อัตราลอยตัว (Adjustable Rate) กล่าวคือผู้ที่ได้รับอัตราดอกเบี้ยตายตัวใน ระยะสองหรือสามปีแรกนั้น แต่มาบัดนี้ทางธนาคารจะเริ่มปรับอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้น ยกตัวอย่างเช่นผู้ที่ซื้อบ้านและกู้เงิน ในอัตราลอยตัวเมื่อสองหรือสามปีก่อน ที่อาจจะผ่อนเดือนละสี่หรือห้าพันเหรียญต่อเดือน แต่มาบัดนี้ค่าผ่อนบ้านรายเดือน อาจจะสูงเพิ่มขึ้นหนึ่งหรือสองพันเหรียญขึ้นไป ดังนั้นผลบวกสำหรับลูกค้าประเภทนี้ก็อาจจะพอหายใจได้สักระยะหนึ่งเท่านั้น เอง

          ประการที่สาม ผลบวกกับผู้ที่หวังจะได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำลงกับการซื้อบ้านหรือรีไฟแนนท์บ้านในขณะนี้ก็มีไม่มาก นัก เพราะว่าปกติแล้วอัตราดอกเบี้ยกู้บ้านจะมีผลบวกก็อย่างน้อยหนึ่งเดือนจากวันที่ธนาคารกลางประกาศลดดอกเบี้ย ส่วน ดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางได้ลดให้ธนาคารพาณิชย์ครึ่งเปอร์เซ็นต์เมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมานั้นผลได้ก็เพิ่งกำลังเกิดขึ้น ในขณะนี้เท่านั้นเอง

          ประการที่สี่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องการสร้างครามมั่นใจให้กับวงการธุรกิจและนักลงทุน ที่ขณะนี้นักลงทุนและ วงการธุรกิจใหญ่ๆ สามารถกู้เงินจากธนาคารได้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำลง ซึ่งทำให้อัตราต้นทุนผลิตสินค้าลดลงและมีผลดีกับ คนอเมริกันทั่วไปด้วย จะเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะสิบปีได้พุ่งสูงขึ้นเป็น 4.47% จาก 4.38%

          อย่างไรก็ตามการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางครั้งนี้ เข้าลักษณะรักษาแผลโดยใช้ผ้าพันแผลอย่างเดียว แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาระยะยาวได้ และขณะที่ผมกำลังเขียนบทความอยู่นี้ซึ่งเป็นช่วงบ่ายวันพฤหัส ตลาด หุ้นดาวโจนส์ได้ตกฮวบถึง 362 จุดซึ่งนับว่าตกฮวบต่ำสุดตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้สืบเนื่องมาจาก ราคาหุ้นสามธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ตกฮวบ กล่าวคือราคาหุ้นของธนาคาร CitiCorp ที่ใหญ่ที่สุดของ อเมริกา ราคาหุ้นตกฮวบร่วมเจ็ดเปอร์เซ็นต์ และราคาหุ้นของแบงค์อเมริกาลด 5.3 เปอร์เซ็นต์ ส่วนราคาหุ้นของ ธนาคาร JPMorgan Chase ตกฮวบถึง 5.7% ซึ่งรากเหง้าของปัญหาหลักก็มาจากความเสียหายของตลาด อสังหาริมทรัพย์ทั้งสิ้น ที่ลูกค้าไม่สามารถผ่อนบ้านได้ และราคาบ้านตกฮวบทั่วประเทศในขณะนี้ซึ่งเท่ากับว่า สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับคลื่นมรสุมเศรษฐกิจลูกใหม่อีกครั้งหนึ่ง

กลับด้านบน

 

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats