 โดย.....ดร.พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ
ผู้สนใจในธรรมหลายท่าน ให้ความสนใจ ในการศึกษาธรรมะและปฏิบัติภาวนา มักจะถามเข้ามาบ่อยๆว่า วัดพุทธปัญญา จัดการสอนภาวนาเมื่อไรและอย่างไร
ขอแจ้งให้ทราบว่า การจัดการศึกษาธรรมะของวัดพุทธปัญญา ไม่มีตารางการศึกษาที่ตายตัว แต่ยินดีต้อนรับทุกท่านที่ ตั้งใจจะเดินเข้ามาสนทนาและศึกษาธรรมะด้วย เพราะแต่ละคนที่ศึกษาธรรมะนั้น มีอัธยาศัยต่างกัน สนใจเรื่องราวที่จะต้อง ศึกษาต่างกัน ในเวลาต่างกัน
การจัดการศึกษาที่ทำเหมือนกันในเวลาเดียวกัน ด้วยกระบวนการที่เหมือนกัน มักจะทำให้ผู้ที่สนใจเรื่องหนึ่งและวิธีหนึ่ง ที่ต่างออกไป จากการที่ทางวัดจัดไม่ให้ความสนใจมากนัก เพราะตนเองอาจจะรู้เรื่องนั้นดีบ้าง หรือบางทีไม่คุ้นเคยบ้าง
วิธีภาวนาก็เช่นกัน บางคนเริ่มต้น สอนลึกไปก็รับไม่ไหว บางคนมีความรู้ลึกไปสอนง่ายๆก็ไม่จุใจ บางคนมีความรู้เต็มมา แล้วแบบน้ำชาล้นถ้วยจะใส่ลงไปอีกก็ไม่ได้แล้ว
การจัดห้องเรียนทางธรรมะจึงไม่ใช่เรื่องที่จะทำไปตามใจผู้จัดได้ เพราะเรื่องความสนใจธรรมะต้องออกมาจากใจ จะไป จูงใจใครไม่ได้ เพราะถ้าไม่มีความพร้อม ใจไม่เปิด ไม่สอดคล้องกันจริงๆก็ยากแก่การศึกษา ถึงศึกษาไปก็ไม่สนุก ไม่ เพลิดเพลินที่จะศึกษา
หากพบคนที่สนใจจริงๆ ไม่จำกัดว่า เป็นชาติหรือศาสนาอะไร มีหัวใจเปิดกว้างต้องการจริงๆก็จะศึกษาเรียนรู้อย่าง เต็มใจไม่ต้องฝืนใจ ศึกษาไปอย่างสนุกสนานทีเดียว แต่นานทีจะมีคนแบบนี้สักคนหนึ่ง
ทำให้ได้ข้อคิดว่า หัวใจทุกดวงล้วนต้องการธรรมะแต่ต้องรอกาลเวลา ที่หัวใจจะเบิกบานเต็มที่พร้อมรับธรรมะ เฉก เช่นดอกไม้จะบาน จะไปฉีกหรือบังคับให้บานก็ไม่บานนอกจากจะฉีกขาด แต่พอถึงเวลาจะบานก็พร้อมจะบานด้วยตัวเอง
การเผยแผ่หรือแจกธรรมะที่เหมาะสมจึงอยู่ที่สามารถให้น้ำให้ปุ๋ยแก่ดอกไม้ที่เริ่มผลิดอก หากได้น้ำได้ปุ๋ยดี พร้อมเสมอ ที่จะบาน ซึ่งจะได้ดอกไม้แน่นอน
หากใครสนใจเรื่องใดก็กรุณาเดินเข้ามาเถอะ จะสนทนา จะนั่งเงียบๆ จะรดต้นไม้จะทำสวน จะกวาดขยะ จะจัดกุฏิ จะล้างห้องน้ำ ล้วนเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการปฏิบัติธรรมที่ลดความรู้สึกแห่งความเป็นตัวตนให้เล็กลงทั้งนั้น พอตัวตนเล็ก ชีวิตก็เบา
|