 โดย.....ดร.พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ
หลังจากทางวัดพุทธปัญญา ได้จัดงานผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิต เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ประชาชนที่สนใจธรรมะก็พากัน หลั่งไหลเข้ามาศึกษา สนทนาธรรมกันมิได้ขาด มีปัญหาต่างๆที่น่าสนใจถามเข้ามาหลายๆปัญหาจึงหยิบยกเอาเฉพาะปัญหา อันเป็นที่สนใจของคนทั่วไปมาสนทนากัน
คุณหมอคนหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า เวลาทำงานที่โรงพยาบาล พอเพื่อนๆทราบว่าเป็นชาวพุทธก็มักจะถามว่า เชื่อเรื่องการเกิด ใหม่หรือไม่ ศาสนาของคุณสอนไว้อย่างไร คุณหมอมักจะตอบเขาไปว่า ตอบยากเพราะไม่มีความรู้ทั้งทางทษฏีและปฏิบัติมาก พอ
จึงตอบคุณหมอว่า ลักษณะคำสอนในทางพระพุทธศาสนา ไม่ใช่ความเชื่อ แต่เป็นเรื่องของการเสนอความรู้ ที่องค์ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ การรู้ชัดเรื่อง ชาติก่อนหรือชาติหน้า เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงประจักษ์ด้วยพระองค์ เองด้วยปุพเพนิวาสานุสติญาณ แต่ปุถุชนอย่างเราๆท่านๆ ไม่ได้ประจักษ์ในเรื่องดังกล่าวเพราะยังมิได้ตรัสรู้ถึงปุพเพนิวาสา นุสติญาณ คือการระลึกชาติที่เคยเกิดในปางก่อนได้
ต้องทำความเข้าใจว่า นี่คือสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ มิใช่เรื่องที่พระพุทธเจ้าจะบังคับให้เชื่อหรือไม่เชื่อ เปรียบเหมือนชิม น้ำตาล แล้วบอกว่าหวาน ไม่ได้บอกให้เชื่อ ผู้ฟังอาจจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ แต่เมื่อชิมแล้ว แม้ไม่เชื่อ น้ำตาลก็ยังคงหวาน เสมอ
พระพุทธเจ้าได้ตรัสเรื่องนี้ไว้ต่างที่ต่างทาง ซึ่งหาได้ไม่ง่าย แต่พอจะรวบรวมมาสรุปได้ว่า การเกิดอีกก็มี และการไม่เกิด ( นัตถิทานิ ปุนัพภโว)ก็มี
คำว่า นัตถิทานิ ปุนัพภโว พระองค์ตรัสเมื่อประกาศความสิ้นอาสวะของพระอรหันต์เช่นในอนัตลักขณะสูตรเป็นต้น เมื่อ บุคคลบรรลุพระอรหันต์ก็จะเข้าถึง นัตถิทานิ ปุนัพภโว ซึ่งแปลตามตัวว่า ตั้งแต่บัดนี้ การเกิดไม่มีอีกแล้ว นั้นหมายถึง ไม่ว่า การเกิดแห่งกิเลส ในปัจจุบันขณะ หรือการเกิดในครรภ์ยอ่มไม่มี เพราะกิเลสเป็นเหตุให้เกิด เมื่อพระอรหันต์สิ้นกิเลสก็ไม่มีการ เกิดอีก ไม่ว่าจะเกิดแบบใด
ส่วนปุถุชนทั่วไปที่ยังมีกิเลสเครื่องนำให้เกิดคือ กรรมและตัณหา ซึ่งท่านเปรียบไว้ดีว่า กัมมัง พีชัง กรรมเป็นหน่ออ่อน ตัณหา สิเนหัง ตัณหาเป็นยางเหนียว
พูดง่ายๆว่า หน่อของพืชต้องมียางเหนียวจึงจะปลูกได้ ธรรมชาติที่บรรจุเอากรรมและตัณหาเอาไว้นี้ เมื่อพบความถึง พร้อมแห่งสิ่งแวดลอ้มก็พร้อมจะเกิดอีกตามกฎธรรมชาติของการเกิดเช่นนั้นนั่นแหละ
จึงสรุปได้ว่า องค์ความรู้ในทางพระพุทธศาสนาด้านนี้ชี้ไว้ทั้งสองทางว่า เกิดอีกก็มี ไม่เกิดอีกก็มี หรือหากมีกิเลสก็เกิด อีก หากไม่มีกิเลสก็ไม่เกิด
เรื่องของการเกิดหรือการไม่เกิดอีกก็เป็นอย่างนี้
|