 โดย.....ดร.พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ
วันเสาร์ที่ 5 เมษายน 2551 วัดพุทธปัญญาจะจัดให้มีงานชื่อ พัทธสีมาสาธิต ฝังลูกนิมิต วัดพุทธปัญญา เพื่อฝังลูกนิมิต อันเป็นเขตที่สงฆ์จะได้ทำสังฆกรรมอย่างถูกต้อง ตามพระธรรมวินัย ที่พระพุทธองค์ได้ทรงบัญญัติไว้ เพื่อก้าวเข้าสู่ความเป็น วัดอย่างถูกต้องตามพระธรรมวินัยและตามคติไทยแต่โบราณมาทุกประการ
ในด้านกฎหมาย City of Pomona ได้อนุญาตให้เป็นวัดได้โดยคำอนุญาตที่เรียกว่า Conditional use permit โดย การกำหนดให้สร้าง ลานจอดรถ อาคารสำหรับปฏิบัติศาสนกิจ และรั้วอีกสองด้าน คือด้านตะวันตกและด้านทิศใต้ของวัด บัดนี้ ลานจอดรถและตัวอาคารเสร็จแล้วเหลือเพียงรั้ว ซึ่งคงจะแล้วเสร็จในเร็วๆนี้
เมื่อพุทธศาสนิกชนได้ทราบข่าวงานพัทธสีมาสาธิต ฝังลูกนิมิตวัดพุทธปัญญาแล้ว ต่างเดินทางมาเยี่ยมกันบ้าง โทรศัพท์มาพูดคุยบ้าง มาอาสาสมัครช่วยงานบ้าง นับเป็นการปฏิบัติสามัคคีธรรมร่วมกันอย่างน่าชื่นใจ
พุทธศาสนิกชนที่ถนัดทางการทำอาหาร ที่จะนำอาหารมาถวายพระสงฆ์และเลี้ยงดูผู้ที่จะไปร่วมงานก็มีมากกว่า 30 ราย หลายท่านที่มาร่วมงาน แม้มิได้แจ้งความประสงค์มาว่าจะทำอาหารมาด้วยล่วงหน้า แต่ก็เตรียมการนำอาหารมาถวาย สังฆทานด้วยเช่นกัน
หลายคนถามว่า ไม่เห็นมีอุโบสถศาลาเลย เห็นแต่บ้านสองชั้นเท่านั้น
ถามว่า มองอย่างไรว่าไม่เป็นอุโบสถศาลา ไม่เป็นวัด
เขาตอบว่า ไม่มีช่อฟ้า ไม่มีใบระกา ไม่มีหน้าต่างที่ประดับตกแต่งด้วยกระจกหรือมุก เห็นมีแต่ตัวอาคารจะเป็นวัดได้หรือ จะเป็นอุโบสถได้หรือ
อธิบายว่า การที่โยมนำสถาปัตถยกรรมมาเป็นตัวตัดสินความเป็นวัดหรือความเป็นอุโบสถหรือ ศาลานั้น เป็นการมองเชิง วัฒนธรรมและประเพณีที่มิได้เน้นสารธรรมเป็นสำคัญ ส่วนวัดพุทธปัญญาเน้น ความเป็นวัดหรืออุโบสถตามพระธรรมวินัยเป็น สำคัญ เพราะในสมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าและอริยเจ้าทั้งหลายกำหนดสีมาภายใต้โคนไม้ หรือในบรรณศาลาที่สร้างขึ้นมาจาก ใบไม้และต้นไม้ง่ายๆเท่านั้น
วัดพุทธปัญญาจึงมีมุมมองว่า อาคารที่มีลักษณะใดๆก็ตาม ที่นำมาทำสังฆกรรม ตามกำหนดแห่งพระธรรมวินัยได้แล้ว อาคารนั้นๆจะเป็นอุโบสถ เป็นวัด เป็นศาลาได้ แบบเรียบๆง่ายๆ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายประดับตกแต่งมาก ซึ่งหมายถึงจะต้อง รบกวนพุทธศาสนิกชนมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว
หากความงามและความหรูหราของวัด จะได้มาด้วยความทุกข์ยากขัดสนของพุทธศาสนิกชน ก็อย่ามีวัดเสียเลยดีกว่า เพราะต้องเป็นภาระของพุทธศาสนิกชนและชุมชนไปอย่างยาวนานไม่จบไม่สิ้น ซึ่งขัดแย้งกับหลักใหญ่ของพระธรรมทูตที่ พระพุทธเจ้าตรัสว่า เธอทั้งหลาย จงจาริกไป เพื่อประโยชน์เพื่อความสุขแก่มหาชนเป็นอันมาก จงประกาศพรหมจรรย์งามใน เบื้องต้น งามในท่ามกลาง และงามในที่สุด ถึงพร้อมด้วยอรรถะและพยัญชนะ
วัดพุทธปัญญา จึงเลือกที่จะเดินทางสายพระพุทธเจ้า ที่เน้นความเรียบง่ายได้ประโยชน์สูงสุด ประหยัดที่สุด ได้สาระ มากที่สุด และทุกคนที่เข้าวัดได้มีความสุขได้พักใจ เพื่อความเจริญที่แท้จริงของพระพุทธศาสนาต่อไป
ยินดีต้อนรับสู่วัดพุทธปัญญา เพื่อร่วมกันผูกพัทธสีมาอย่างเรียบง่ายได้สาระ ในวันเสาร์ที่ 5 เมษายน 2551 ตั้งแต่เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป
|