 โดย.....ดร.พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ
นับตั้งแต่วัดพุทธปัญญา ได้ประชาสัมพันธ์ให้ทราบทั่วกันว่า วันเสาร์ที่ 5 เมษายน 2551 ทางวัดจะจัดให้มีงาน พัทธ-สีมาสาธิต ฝังลูกนิมิตวัดพุทธปัญญา ตั้งแต่เวลา 9.00 น. เป็นต้นไปนั้น พุทธศาสนิกชนจำนวนมากได้มาเยี่ยมเยือนที่วัดและ มักจะตั้งคำถามว่า อาคารเล็กนิดเดียว จะผูกพัทธสีมาได้อย่างไร
ขอตอบปัญหาและอธิบายเพิ่มเติมดังนี้
คำว่า สีมา แปลว่า เขต
คำว่า พัทธสีมาแปลว่า กำหนดเขต
คำว่า ลูกนิมิต แปลว่า เครื่องหมายที่กำหนดเขต
เขตที่กำหนดนั้น กำหนดขึ้นเพื่ออะไร
ตามพระวินัย เวลาพระสงฆ์จะทำกิจกรรมบางอย่าง ต้องทำภายในเขตที่กำหนด มีองค์ประชุมครบ เรียกว่า องค์สงฆ์ โดยมีพระสงฆ์ตั้งแต่สี่รูปขึ้นไป ส่วนใหญ่จะมีห้ารูป ประกอบด้วยองค์ประชุมที่จะทำกิจกรรมและประธานในที่ประชุมอีกหนึ่งรูป รวมเป็นห้ารูป
กิจกรรมที่สงฆ์ทำกันเป็นภายในขอบเขตที่กำหนดนี้เรียกว่า สังฆกรรม
สังฆกรรมที่จะต้องทำภายในเขตที่กำหนดนี้ หากทำที่อื่นก็ไม่ครบถ้วนตามบทบัญญัติแห่งวินัย ตัวอย่างการทำสังฆ-กรรมที่เข้าใจกันง่ายๆเช่น การทำพิธีอุปสมบท ต้องทำในเขตพัทธสีมา พระสงฆ์จะต้องสวดและฟังปาฏิโมกข์ เพื่อทบทวนศีล ของตน ภายในเขตพัทธสีมา เวลาจะมอบผ้ากฐินแก่พระมหาเถระที่ได้รับผ้ากฐินก็ต้องมอบภายในพัทธสีมา
เวลาพระภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ซึ่งมีโทษร้ายแรงรองลงมาจากอาบัติปาราชิก เมื่อรับโทษด้วยการอยู่กรรมตาม เวลาที่ปกปิดไว้บวกด้วยการอยู่มานัตเพื่อเตรียมตัวเข้าไปเป็นพระภิกษุผู้บริสุทธิ์อีกหกคืน เวลาที่พระภิกษุรูปนั้น ออกจาก อาบัติที่เปรียบเสมือนว่ากลับมาเป็นพระสงฆ์ที่มีศีลบริสุทธิ์อีก จำนวนพระภิกษุสงฆ์ที่ประชุมกัน ต้องไม่น้อยกว่า 21 รูปเพื่อ สวดอัพภาณ ประกาศให้ภิกษุผู้นั้น กลับมาเป็นผู้บริสุทธิ์อีกครั้งหนึ่ง
ฉะนั้นเวลาที่สงฆ์จะกระทำพัทธสีมาในที่ใดที่หนึ่งจึงต้องคำนึงถึงเป็นประเด็นสำคัญว่า สถานที่นั้นจะต้องบรรจุพระสงฆ์ จำนวน 21 รูป ที่จะประชุมเพื่อให้ภิกษุที่อาบัติสังฆาทิเสส ออกจากอาบัติสังฆาทิเสสได้
ประเด็นนี้เอง เป็นกุญแจไขไปสู่การตอบ คำถามที่ว่า อุโบสถศาลาเล็กนิดเดียว จะทำพัทธสีมาได้อย่างไร
คำตอบก็คือ เมื่อจะใช้โรงอุโบสถทำพัทธสีมาเพื่อให้พระสงฆ์ได้ทำสังฆกรรมตามที่กำหนดในพระวินัยดังที่กล่าวมาข้าง ต้นได้ ขนาดของสถานที่ที่จะใช้ทำพัทธสีมาต้องสามารถบรรจุพระสงฆ์อย่างน้อย 21 รูปได้
อุโบสถศาลาวัดพุทธปัญญา บรรจุพระสงฆ์ได้ไม่น้อยกว่า 50 รูป หากตั้งเก้าอี้ชิดๆหน่อยจำนวนพุทธศาสนิกชนจะนั่ง ได้มากถึง 80 คน แม้ดูเหมือนว่า อาคารสถานที่จะเล็กในสายตาของพุทธศาสนิกชนที่เคยชินอยู่กับอุโบสถหลังใหญ่ๆ สวย งามอลังการยิ่งนักมาตั้งแต่เล็กจนโต
แต่หากจะยึดพระวินัย เป็นแนวทางแห่งการทำพัทธสีมาแล้ว อุโบสถศาลาของวัดพุทธปัญญา ก็สามารถกำหนดเขต พัทธสีมาทำสังฆกรรมได้ครบถ้วนอย่างอุโบสถหลังใหญ่ๆ ราคาหลายร้อยล้านที่อลังการไปด้วยเครื่องประดับตกแต่งที่แสน แพงทุกประการ
ประเด็นสำคัญในเรื่องนี้ก็มีอยู่ว่า เราจะพิจารณาการทำพัทธสีมาบนหลักการอะไร ถ้าจะใช้หลักการของวัตถุนิยม ที่เน้น ความใหญ่โต สวยงามและหลักการทุนนิยม ที่เน้นราคาก่อสร้างและตกแต่งที่แสนแพง โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์การใช้งาน เข้ามาเป็นเกณฑ์ในการตัดสิน อาคารหลังเล็กแค่นี้จะทำพัทธสีมาไม่ได้เลย
แต่ถ้าหากจะนำเอาประโยชน์การใช้งานและการกำหนดเขตสีมาตามพระวินัย ที่สามารถกำหนดได้แม้ในที่ ที่ไม่มีตัว อาคาร เช่นอุโบสถธรรมชาติที่สวนโมกข์ ที่ท่านอาจารย์พุทธทาสได้ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง วัดต่างๆ ทั่วๆ ไปก็สามารถทำ พัทธสีมาไว้ ทำสังฆกรรมให้ครบถ้วนตามพระวินัยได้ โดยไม่ต้องดิ้นรนสร้างอาคารหลังใหญ่ๆแพงๆ ให้สิ้นเปลืองเงินหรือ ทรัพยากรไปแต่ใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่ากับทรัพยากรที่ศูนย์เสียไป
พระธรรมวินัยคือ พระพุทธเจ้าพระองค์จริง จะประทานวิธีการทำกิจการงานพระพุทธศาสนาที่เรียบง่ายได้ประโยชน์และ ประหยัดอย่างสุดๆให้เสมอ
|