 โดย.....ดร.พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ
สมาชิกลานธรรมแห่งวัดพุทธปัญญา ได้ประชุมกันตามปกติที่ลานธรรมใต้ต้นโอ๊คใหญ่ ที่ใครๆก็ชื่นชมว่า เป็นต้นไม้ ใหญ่ที่ให้ร่มเงาได้กว้างใหญ่ ร่มเย็นทุกฤดูกาล พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนได้อาศัยร่มเงาแห่งนี้ฟังธรรม สนทนาธรรมมาเป็น เวลาหลายปี และจะต้องขออาศัยพึ่งพาต้นโอ๊คแห่งนี้ต่อไป ทุกครั้งที่นั่งใต้ต้นไม้ใจจะได้เข้าถึงพุทธานุสติระลึกถึงพระคุณของ พระพุทธเจ้าว่า พระพุทธเจ้าเป็นองค์พระศาสดาที่ใกล้ชิดธรรมชาติที่สุดตลอดพระชนม์ชีพ พระองค์ ประสูติใต้ต้นไม้ ตรัสรู้ใต้ ต้นไม้ และเสด็จดับขันธปรินิพพานใต้ต้นไม้ การนั่งใต้ต้นไม้ คือการนั่งใกล้อาสนะของพระพุทธเจ้า
เมื่อสมาชิกลานธรรมได้ประชุมกันแล้ว อุบาสกท่านหนึ่งรายงานตัวว่าเพิ่งมาวัดเป็นครั้งแรก เดินทางมาจากทาง นอร์ทฮอลลิวูด ตั้งคำถามว่า คำว่าอายตนะหมายความว่าอย่างไร เวลาศึกษาธรรมะจากหนังสือก็ดี จากคำบรรยายธรรมก็ดี พระสงฆ์มักจะใช้คำว่า อายตนะภายนอก อายตนะภายในมาประกอบคำบรรยายเสมอ
ประธานลานธรรมได้ตอบว่า คำว่า อายตนะ อ่านว่า อา-ยะ-ตะ-นะ- แปลว่า รอยต่อหรือบ่อเกิด
อายตนะแบ่งเป็นสองอย่างคือ อายตนะภายในประกอบด้วย ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ
อายตนะภายนอกประกอบด้วย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์
อายตนะภายในและอายตนะภายนอกมีฝ่ายละหกประการเรียกว่า สฬายตนะ มาจากรากศัพท์ว่า ฉ อ่านว่า ฉะ แปลว่า หก อายตนะ แปลว่ารอยต่อหรือบ่อเกิด เมื่อนำมาสนธิกันตามหลักไวยากรณ์ สำเร็จเป็นรูปศัพท์ว่า สฬายตนะ เปลี่ยน ส เป็นฉ เวลาอ่านภาษาบาลีจะไม่มีรูปสระอะ แต่เวลาอ่านต้องออกเสียงเป็นสระ อะเช่น ฉ อ่านว่า ฉะ ส อ่านว่า สะ
อายตนะ ที่แปลว่า รอยต่อ เพราะเป็นที่พบปะหรือจุดเชื่อมระหว่างอายตนะภายในและอายตนะภายนอก คือ ตา เห็นรูป หูฟังเสียง จมูกดมกลิ่น ลิ้นลิ้มรส กายถูกต้องสิ่งที่มากระทบ จิตใจรับธรรมารมณ์
อายตนะที่แปลว่า บ่อเกิด หรือแหล่งกำเนิด คือเกิดกระบวนการแห่งปฏิจจสมุปปบาทคือ วิณญาณ ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปทาน ภพ ชาติ ชรา มรณะ โศกา อาดูร
วิญญาณ หนึ่งในกระบวนการปฏิจจสมุปปบาท เกิด ณ ที่นี้ ผัสสะอันเป็นประตูสู่ทุกข์หรือไม่ทุกข์ก็เกิดตรงนี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า ผัสสะนั้นประกอบด้วยอะไร ถ้าผัสสะประกอบด้วย สติ จะนำตัวรู้เข้าสู่องค์มรรคที่นำไปสู่ความไม่ทุกข์ แต่ถ้า เผลอสติ มีอวิชชานำหน้า กิเลสต่างๆก็จะเกิดตามมา เป็นที่มาแห่งความทุกข์
พุทธศาสนิกชนที่ได้สดับธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่า ความทุกข์จะเกิด ก็เกิดที่อายตนะตรงนี้ จะไม่เกิด ก็ไม่เกิดตรงนี้ จึงพากันเจริญสติ เพื่อให้การกระทบทุกครั้งเปี่ยมด้วยพลังแห่งสติอันจะนำไปสู่ความถูกต้องทั้งปวง อันประกอบ ไปด้วย ความเห็นถูกต้อง ความดำริถูกต้อง การพูดจาถูกต้อง การทำงานถูกต้อง การประกอบอาชีพที่ถูกต้อง ความพากเพียรที่ถูกต้อง การวางสติไว้อย่างถูกต้อง ความตั้งใจไว้อย่างถูกต้อง อันเป็นเส้นทางปลอดทุกข์ ที่พระบรมศาสดา ทรงประทานแก่ผู้ปรารถนาที่จะเดินออกไปจากความทุกข์ทั้งปวง
อายตนะจึงเป็นรากฐานสำคัญในการศึกษาพระพุทธศาสนา เพราะเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการรับรู้ที่จะเปิดประตูสู่ ความทุกข์หรือความไม่ทุกข์ ดังที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสสรุปหลักพุทธธรรมที่พระองค์ทรงสั่งสอนตลอดเวลาว่า ในอดีตก็ตาม ปัจจับันก็ตาม อนาคตก็ตาม ตถาคตจะตรัสเฉพาะเรื่อง ทุกข์กับเรื่องไม่ทุกข์เท่านั้น ผู้ใดสนใจเรื่องทุกข์กับเรื่องไม่ทุกข์จึง ได้ชื่อว่าสนใจหัวใจของพระพุทธศาสนาทีเดียว
|