 โดย.....ดร.พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ
ลานธรรมวัดพุทธปัญญา เพื่อการแสวงหาความรู้ด้านสุขภาพและความรู้ทางพระพุทธศาสนา เปิดสนทนาธรรมกันเป็นประจำทุกวันอาทิตย์ตั้งแต่เวลา 13.00-15.00 น. เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาอุบาสกคนหนึ่งได้ตั้งปัญหาว่า กรณีพิพาทของพระสงฆ์ ถ้าไม่ต้องขึ้นศาลจะลงเอยอย่างไร ตอนนี้มีข่าวออกมาบ่อยๆว่า พระสงฆ์หลายรูปต้องไปพบกันที่ศาลบ่อยๆ บางคดีก็จบไป รู้แพ้รู้ชนะกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อุบาสกคนหนึ่ง เป็นผู้คงแก่เรียนมากปรารภขึ้นว่า พระสงฆ์ขึ้นศาล แม้ศาลจะตัดสินให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะ แต่ทั้งสองฝ่ายก็พ่ายแพ้แก่ทนายความอย่างราบคาบ เพราะเมื่อคดีใดต้องอาศัยทนายความแล้ว ไม่ว่าแพ้หรือชนะก็ต้องจ่ายเงินให้ทนายด้วยกันทั้งคู่
อุบาสิกาคนหนึ่งถามว่า หากจะหาทางออกแบบสงบได้ไหม ไม่ต้องมีใครสูญเสียกันมากนัก แต่อาจจะเสียศักดิ์ศรีไปคนละเล็กคนละน้อย
ประธานลานธรรมมีความเชื่อมั่นในขันติธรรมและยึดความสงบของตนเอง วัด ชุมชน และสังคมเป็นที่ตั้งตอบว่า หากใช้ธรรมะนำหน้าในการแก้ปัญหา จะมีทางออกที่สงบ คบหาสมาคมกันได้อีก
ธรรมะสำหรับระงับข้อพิพาทชุดแรกสุดที่พระมหาเถระผู้ใหญ่จะต้องมีก่อนคือ พรหมวิหารธรรม คือ เมตตา ความรักที่แสดงออกอย่างไม่มีเงื่อนไข กรุณา ความสงสาร ในกรณีที่ต่างฝ่ายต่างมีความทุกข์ มุทิตา ความพลอยยินดี ถ้าหาทางออกที่ดีได้สำเร็จ อุเบกขา วางใจให้พร้อมที่จะช่วยเหลือ เมื่อมีกรณีให้ช่วยเหลือต่อไป ที่อาจจะตามมา
พระมหาเถระที่ทรงธรรมะชุดนี้อย่างครบถ้วน จะสามารถเป็นคนกลางเจรจาระงับข้อพิพาทได้ เมื่อลงมือเจรจา จะต้องจัดคณะกรรมการที่มีความเป็นกลางเป็นที่ประจักษ์คือพอเอ่ยชื่อก็เป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย ไม่มีฝ่ายใดปฏิเสธ หากได้คณะกรรมการที่ทุกฝ่ายยอมรับอย่างนี้ สัญญาณดีๆ อันบ่งชี้ว่ากรณีพิพาทจะจบลงอย่างสงบ ก็เริ่มจะปรากฏออกมาค่อนข้างชัดเจน
เมื่อเตรียมการระงับข้อพิพาทก็ต้องเติมธรรมะเข้าไปอีกชุดหนึ่งคือ จะต้องไม่ลำเอียงเพราะเหตุสี่ประการที่เรียกว่าอคติ
- ไม่ลำเอียงเพราะรัก ช่วยปกป้องฝ่ายที่ตนชอบพอไว้โดยมิได้คำนึงถึงความถูกต้อง
- ไม่ลำเอียงเพราะโกรธ หรือเกลียด ซึ่งจะเป็นเหตุให้ทำลายฝ่ายที่ตนเกลียดได้ทุกทาง โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องใดๆ
- ไม่ลำเอียงเพราะไม่รู้ความจริง ฝ่ายไหนใกล้ชิด เป่าหูได้มากก็เอียงไปทางนั้น โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องใดๆ
- ไม่ลำเอียงเพราะกลัว ตนเองมีข้อผูกพันด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ สุข แนบแน่นอยู่กับฝ่ายใด ก็ต้องทำให้ถูกใจฝ่ายนั้น หากกระทำไม่ถูกใจ ก็กลัวว่า เขาจะไม่ให้ลาภ ยศ สรรเสริญหรือความสุขใดๆ
เมื่อคณะกรรมการที่พิจารณาไม่ตกอยู่ในอำนาจความลำเอียงอย่างนี้ การระงับกรณีพิพาทก็จะกระทำได้อย่างตรงไปตรงมาบริสุทธิ์ยุติธรรมเที่ยงตรง ถือความถูกต้องเป็นใหญ่ ข้อพิพาทก็จะสงบลง ดังที่เรียกว่า ความยุติธรรม ซึ่งแปลว่า ข้อพิพาทจะยุติได้โดยธรรมนั้นเอง
|