 โดย.....ดร.พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ
ลานธรรมวัดพุทธปัญญา เปิดเสวนาทางพระพุทธศาสนาและเรื่องราวต่างๆที่ส่งเสริมปัญญาโดยทั่วไป ไม่จำกัดว่า จะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สุขภาพ การเงินการคลัง เพื่อส่งเสริมความรอบรู้ให้แก่ผู้ใฝ่ธรรมและใฝ่รู้ทุกท่าน
อุบาสกท่านหนึ่ง บอกว่า เพิ่งมาเยี่ยมวัดพุทธปัญญา เป็นครั้งแรกถามว่า กระแสจตุคามรามเทพที่กำลังเป็นที่ คลั่งไคล้ของคนไทยทั้งในประเทศไทยและประเทศสหรัฐอเมริกาขณะนี้ สื่อสัญญาณอะไรทางการเมืองบ้าง เพราะคนที่ซื้อ ผลิตภัณฑ์จตุคามรามเทพส่วนใหญ่มีเหตุผลแตกต่างกันออกไป แต่ที่แน่ๆตอนนี้หลายคนเชื่อว่า ห้อยจตุคามแล้วจะสร้าง ความร่ำรวยในเร็ววัน อย่างไม่มีเหตุผล
จนกระทั่งวัดหนึ่ง เป็นหนี้สินมายาวนาน เมื่อได้ทราบว่า ใครได้ขายผลิตภัณฑ์จตุคามฯจะทำให้ร่ำให้รวยก็ตัดสินใจ ปลุกเศกและขายกับเขาด้วย วัดดังกล่าวจะรวย จะปลดหนี้สินได้ตามราคาคุยหรือไม่ก็ต้องติดตามกันต่อไป
แต่ที่แน่ๆก็คือ เหรียญจตุคามรามเทพ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำรายได้แก่ผู้ผลิตทุกราย เป็นสินค้าที่ทำรายได้ดีที่สุดของ ประเทศไทยเพียงสินค้าเดียวในเวลานี้ รัฐไม่ต้องประกันราคา ปลอดภาษี ลงทุนน้อย แต่ขายได้แพง และกำลังจะส่งออกมา ขายในอเมริกาทำรายได้เข้าประเทศอีก นับเป็นสินค้าที่ไม่ต้องเข้าตลาดหุ้นแต่ทำรายได้สูงมียอดเป็นหมื่นล้าน
ทำไมคนจึงคลั่งไคล้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้เหลือเกิน คำตอบที่ตรงประเด็นในเชิงการเมืองก็คือ เมื่อใดประเทศไทยวิกฤต ผู้นำ เมื่อนั้นประชาชนจะหันหน้าเข้าหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไร้ตัวตน ซึ่งทำให้ผู้คนเดินเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการได้ ตามใจปรารถนา
คนที่นับถือจตุคามรามเทพ ก็จินตนาการไปต่างๆนานาสุดแต่ความปรารถนา บางคนต้องการลาภผลก็ทึกทักเอาว่า ให้ลาภดี บางคนชอบอภินิหารก็ทึกทักเอาว่า ทุกครั้งที่ทำพิธีปลุกเสกพระอาทิตย์จะทรงกลด บางคนตาฝาดเห็นไปว่า เหรียญ จตุคามที่ถูกปลุกเสกนั้นดิ้นได้เหมือนกบเหมือนเขียด
บางคนเชื่อว่า ช่วยในด้านอยู่ยงคงกระพัน แต่ที่แน่ๆเมื่อหลายเดือนก่อนรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งจตุคามฯ3 แสนองค์ลงไปสามจังหวัดชายแดนภาคใต้คาดว่าสยบผู้ก่อการร้ายให้สงบ แต่ผลปรากฏว่า ยังไม่มีอภินิหารแต่ ประการใด ผู้คนตำรวจทหารยังถูกฆ่าตายเป็นรายวัน
การก่อตัวของจตุคามเกิดจากเมื่อสองปีที่ผ่านมาภาวะผู้นำของประเทศไทยวิกฤตอย่างแรง มองไปทางไหน ผู้นำ ก็อ่อนแอ ไม่น่าไว้วางใจ ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลม ผู้นำที่เข้มแข็งโผล่มาคนหนึ่ง ก็เอาแต่โกงกินกอบโกยสารพัด จน ประชาชนหมดอาลัยในมนุษย์ หมดความเชื่อถือในมนุษย์ด้วยกันจึงหันไปสร้างสิ่งไร้ตัวตนไว้นับถือ
นี้คือปรากฏการณ์ทางการเมืองที่มีนัยสำคัญ ซึ่งประเทศไทยเคยผ่านวิกฤตกาลเหล่านี้มาหลายครั้ง แต่ละครั้ง จะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ออกมาเปรี้ยงปร้างเสมอ เช่นเมื่อคราววิกฤตกาลชาติชาย ก็มีเสด็จพ่อร.ห้ามาบูชากันอย่างกว้างขวาง เมื่อเกิดวิกฤตกาลต้มยำกุ้งก็มีปรากฏการณ์เจ้าแม่กวนอิมและพระสุพรรณกัลยาออกมาให้คนสักการะบูชาอย่างกว้างขวาง
แต่ไม่เคยมีบันทึกใดๆเลยว่า ความมั่งคั่งส่วนบุคคลหรือของประเทศชาติเกิดมาจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่เกิดจากการ ทำงาน การสร้างงานจึงเป็นโอกาสสร้างความมั่งคั่งกว่าพากันสร้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ผู้ที่รับประโยชน์โดยตรง มิใช่ประชาชนผู้บริโภคผลิภัณฑ์อันตั้อยู่บนโมหะนี้แต่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเสมอ แม้ กระแสไสยศาสตร์ดังกล่าวจะเป็นกระแสที่ค่อนข้างมอมเมาประชาชน แต่เมื่อทุกคนยอมสยบอยู่ภายใต้อำนาจของความโลภ บ้าง ความกลัวบ้าง ความหลงบ้าง กระแสเหล่านี้ก็จะไหลเชี่ยวไปจนกระทั่งหมดไปเอง โดยไม่มีเรื่อลำไหนจะไปขวางกระแส น้ำเชี่ยวนั้น
หลักการของพระพุทธศาสนาสอนว่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ไม่มีอะไรเที่ยงแท้ถาวร สิ่งทั้งปวงลื่นไหลเคลื่อน คล้อยไปไม่มีอะไรหยุดนิ่ง มองให้เห็นความจริงแล้วสบายใจ
|