 โดย.....ดร.พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ
ก่อนจะมีการผ่านร่างรัฐธรรมฉบับพุทธศักราช 2550 พุทธบริษัทนำโดยพระสงฆ์ได้พากันเคลื่อนไหว เพื่อเรียกร้อง ให้บรรจุประโยคที่ว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญ บัดนี้การร่างรัฐธรรมนูญได้เสร็จสิ้นลงแล้ว คง เหลือแต่เพียงกระบวนการลงประชามติว่าจะให้ผ่านหรือไม่ผ่านเท่านั้น ถ้าผ่านก็จะได้ประกาศใช้ แต่ถ้าไม่ผ่านอำนาจทั้งหลาย ก็กลับคืนคณะปฏิวัติอีกครั้งหนึ่ง ที่จะต้องเลือกเอารัฐธรรมนูญในอดีตที่ผานมาฉบับใดฉบับหนึ่งมาประกาศใช้ต่อไป
อุบาสกคนหนึ่งถามว่า เมื่อไม่มีการบัญญัติ คำว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ พระสงฆ์จะมีผลกระทบหรือ ไม่
คำตอบที่เห็นกันอยู่ก็คือ ไม่มีผลกระทบกับพระสงฆ์เป็นรายบุคคล เพราะพระสงฆ์ดำรงอยู่ได้ด้วยแรงสนับสนุนของ ประชาชนผู้ศรัทธาเลื่อมใส มิได้อยู่ได้เพราะองค์กรของรัฐ แต่หากมองถึงองค์กรสงฆ์ ผลกระทบโดยตรงก็คือ จะไม่มีการ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใดๆในทางที่ดีขึ้นเพราะไม่มีกฎหมายรองรับที่มั่นคงพอสมควร
พระสงฆ์อยู่ได้เพราะประชาชนจริงๆ ส่วนว่าประชาชนจะนำพระสงฆ์ หรือพระสงฆ์จะนำประชาชนในด้านจิตใจ ก็ขึ้น อยู่กับว่าพระสงฆ์จะมีความมั่นคงในพระธรรมวินัยเพียงใด มีความเข้มแข็งที่จะต้านกระแสโลกาภิวัตน์ที่ทุกสิ่งนำหน้าด้วยการ ค้าได้หรือไม่
หากมองสถานการณ์ในนาทีนี้ก็ค่อนข้างจะชัดเจนแล้วว่า พระสงฆ์ส่วนใหญ่ ไร้จุดยืนบนพระธรรมวินัย แต่ไหลไปตาม กระแสทุนนิยมและการบริโภคนิยมที่มีการค้าเสรีเป็นตัวนำอย่างหลุดลอย
กรณีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ เรื่อง จตุคามรามเทพ ซึ่งเนื้อหาในเรื่องนี้มิได้มีอภินิหารอันน่ามหัศจรรย์พันลึกแต่ ประการใด แต่เป็นกระแสตลาดล้วนๆ พระสงฆ์เป็นจำนวนมากที่เห็นแก่เงินเป็นหลักก็ต้อนรับกระแสนี้กันอย่างคึกคักเข้มแข็ง พระผู้ใหญ่ระดับสมเด็จฯระดับพระราชาคณะอันเป็นที่นับถือของประชาชนหลายรูป ก็ออกเดินสายกดเหรียญจตุคามรามเทพ และจัดการปลุกเสกอย่างเอาจริงเอาจัง แทนที่จะชี้แจงว่า นั่นเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่งในตลาดการขายผงดินธรรมดาๆ ที่ไม่มีความสัมพันธ์อันใดในเชิงสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนาเลย
พระพรหมคุณาภรณ์ปราชญ์แห่งพระพุทธศาสนา ได้กล่าวไว้ว่า ปรากฏการณ์จตุคามรามเทพของคนไทยคือ การเสีย หลักถึงกับลื่นล้มของพุทธบริษัทครั้งสำคัญ
วาทะของปราชญ์ท่านนี้ถูกต้องทีเดียว เมื่อชาวพุทธบางส่วนพบกระแสท้าทายใหม่ๆ แทนที่จะใช้หลักแห่ง พุทธธรรมเข้าไปจับ ก็เฮโลกันไปอย่างลืมตัว พุทธบริษัทอุบาสกอุบาสิกาลื่นล้มไปแล้ว แทนที่พระสงฆ์จะค่อยๆประคองให้ลุก ขึ้นมาแต่กลับกระชากให้ถลำลึกลงไปกว่าเดิมอีก
รัฐธรรมนูญจะรับรองพระพุทธศาสนาว่าเป็นศาสนาประจำชาติหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญมากนัก แต่ดูเหมือนว่า กระแสแห่ง ทุนนิยม บริโภคนิยม และวัตถุนิยมต่างหากที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของคณะสงฆ์และพุทธบริษัทไปเสียแล้ว
|